VIVO วีโว่ แอนิเมชั่นมิวสิคัล Sony Picture Animation ภาพยนตร์แอนิเมชั่นมิวสิคัล

VIVO วีโว่
VIVO วีโว่

VIVO วีโว่ แอนิเมชั่นมิวสิคัล Sony Picture Animation ภาพยนตร์แอนิเมชั่นมิวสิคัล จากค่าย Sony Picture Animation ที่จะทำให้อิ่มเอม ประทับใจไปกับมิตรภาพต่างวัย ต่างชาติพันธุ์ เรียกน้ำตาแห่งความสุขและจบลงแบบสวยงาม หากใครชอบความหมายดี ๆ หากใครชอบฟังเพลงเพราะๆ หากใครชอบที่ดูอะไรแล้วทำให้หัวใจเบ่งบาน Vivo ทางเลือกที่ดีที่สุดในช่วงเวลานี้เลย

Vivo เป็นเรื่องราวของคิงคาจู  ที่ใครหลายคนมองตอนแรกเราก็คิดว่าเป็นลิง แต่แท้จริงแล้วคือหมีน้ำผึ้งจากป่าฝนเขตร้อน วีโวมีความพิเศษตรงที่ เข้าใจในภาษาดนตรี รักเสียงดนตรี แถมยังเข้าใจในภาษาคนอีกด้วย ความสามารถพิเศษนี้ถูกค้นพบโดยตาเฒ่าอันเดรส ผู้รักในเสียงดนตรี นักแต่งเพลงและนักดนตรีมากความสามารถทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันในฮาวานา คิวบา เปิดหมวกเล่นดนตรี มอบความสุขให้ผู้คนในเมืองได้ฟังทุกวัน ทั้งสองเป็นที่รักของผู้คน ทุกคนต่างก็ชื่นชอบคู่หูต่างสายพันธุ์คู่นี้

วันหนึ่งตาเฒ่าอันเดรส ได้รับจดหมายจากแดนไกล จากเพื่อนเก่า  มาต้าร์ แซนเดอวัล นักร้องสาวสไตล์ลาตินอเมริกันที่ไปโด่งดังในสหรัฐอเมริกา เธอกำลังจะจัดการแสดงเพื่ออำลาไมค์เป็นครั้งสุดท้ายที่ไมอามี ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เธออยากให้เพื่อนเก่าคือตาเฒ่าอันเดรส ที่จากกันไปหลายสิบปีไปร่วมแสดงบนเวทีด้วย เพราทั้งสองคนคือเคยทำงานร่วมกันมาในสมัยที่ยังไม่มีชื่อเสียง แต่เนื่องจากนี่คือการเดินทางข้ามประเทศ ผู้คนในเมืองเมื่อรู้ข่าวจึงร่วมกันลงขันให้ตาเฒ่าอันเดรส

เมื่อตาเฒ่าอันเดรสและวีโวกลับไปถึงที่พัก ตาเฒ่าเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า แต่เจ้าวีโวกลับไม่เห็นด้วยกับการเดินทางครั้งนี้ เจ้าวีโวรู้สึกว่าการเล่นดนตรีเปิดหมวกที่ฮาวานาก็มีความสุขดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปแสดงโชว์ที่ไหน โดยเฉพาะการแสดงในที่ห่างไกลถึงอเมริกา ดูหนังออนไลน์

ตาเฒ่าอันเดรส จึงเล่าเรื่องราวในอดีตที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมาต้าร์ แซนเดอวัลว่า ทั้ง 2 เคยทำงานร่วมกัน คนหนึ่งเป็นนักร้อง อีกคนหนึ่งเป็นนักแต่งเพลงและนักดนตรี แต่อันเดรสมีความรู้สึกอันดีที่ลึกซึ้งมากไปกว่าคำว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน เขารักเธอมาก อยากจะใช้ชีวิตร่วมกับเธอ ในวันที่เขากำลังจะบอกรักเธอ ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาแล้วบอกกับมาต้าร์ แซนเดอวัลว่าเธอกำลังจะได้ทำเพลงกลายเป็นศิลปิน ด้วยความที่อันเดรสรักเธอมาก ทำให้เขาคิดว่าการบอกรักของเขานั้นอาจเป็นการถ่วง ไม่ให้คนที่เขารักประสบความสำเร็จ เขาจึงทำได้เพียงแสดงความยินดีกับเธอ แล้วก็เดินจากมา

ตาเฒ่าอันเดรสเปิดกล่องเก็บของ เขาหยิบกระดาษใบหนึ่งขึ้นมา นั่นมันคือเพลงที่เขาแต่งเอาไว้หลายสิบปีแล้วที่เขาต้องการจะมอบให้กับมาต้าร์ แต่ก็ไม่ได้ให้มันถูกอยู่ในกล่องมานานถึงปัจจุบัน และนี่คือโอกาสอันดีที่สุดที่เขาจะนำเพลงนี้ไปมอบให้กับมาต้าร์ เพลงนี้มันจะปิดฉาก นักร้องและอำลาไมโครโฟนได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด เจ้า Vivo ตั้งคำถามสำคัญว่า “กับไอ้แค่เพลงเดียวนะมันจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้”  แล้วมันก็ออกจากห้องนี้ไป ส่วตาเฒ่าอันเดรสก็นอนหลับไปบนเก้าอี้

รุ่งเช้าวีโวคิดได้ว่า การที่มีวันนี้ได้ก็เพราะเกิดจากตาเฒ่าอันเดรสเอามาดูแลและให้เล่นดนตรีคามที่มันรัก แล้วมันคิดได้ว่า การที่มันแสดงอาการไม่พอใจและไม่อยากไปไมอามี่นั้นเป็นสิ่งที่ผิด การที่ตาเฒ่าแอนเดส ต้องการนำเพลงที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปมอบให้กับหญิงสาวที่เขารักนั้นมันมีความหมายต่อตาเฒ่าอันเดรสกับมาตาร์มาก มันจึงกลับเข้ามาในห้อง มันเห็นตาเฒ่าอันเดรสนอนนเก้าอี้นั้น มันพยายามปลุก แต่ตาเฒ่าอันเดรสก็ไม่ยอมตื่น อันเดรสได้จากมันไปแล้ว

วีโว รู้ทันทีว่า มันต้องสานต่อความต้องการของตาเฒ่าอันเดรสให้ได้ วีโวต้องนำเพลงนี้ไปมอบให้กับมาต้าร์ แซนเดอวัล เพื่อให้เธอรับรู้ว่า อันเดรสยังรักมาต้าร์ไม่เสื่อมคลาย ซึ่งวีโวก็ได้รับความช่วยเหลือจากกาบี หลายสาวของอันเดรสที่มาร่วมงานศพที่คิวบา

วีโวกับกาบีคู่ซี้ใหม่ต่างสายพันธุ์จะสามารถนำเพลงที่มีความหมายมากที่สุด ไปมอบให้กับมาต้าร์ แซนเดอวัลให้ทันก่อนการแสดงได้อย่างไร ระหว่างการเดินทางทั้งสองจะต้องเจอกับอุปสรรคอะไรบ้าง สามารถติดตามหารับชม เมสิคัลแอนิเมชั่นเรื่อง Vivo ได้ทาง Netflix เลย

Vivo คือภาพยนตร์เอนิเมชั่นจากโซนี่ ดูจบแล้วก็มีแต่ความประทับใจ เล่าเรื่องราวได้สนุก ได้อารมณ์ของหนังแนวผจญภัย แนวการเดินทาง   อันเป็นแนวทางของหนังแนว road movie ซึ่งทุกเส้นทาง ทุกระยะทาง และทุกอุปสรรค์ที่พบเจอระหว่าการเดินทางจะสามารถประสานความสัมพันธ์ของคู่หูต่างสายพันธุ์ได้ ตัวละครได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และจบลงอย่างสวยงาม ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างกับวีโว กับ กาบี้ มันก็เป็นไปตามสูตรของหนังแนว Rosd movie ทุกประการ

และเนื่องจากเป็นอนิเมชั่นที่ทำมาให้ดูได้ทุกช่วงวัย ดังนั้นเนื้อเรื่องจึงไม่มีความซับซ้อน อุปสรรคก็ไม่ได้แก้ไขยากเย็นอะไรนัก ดูง่ายและเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับทุกคนจริง ในเรื่องการเล่าเรื่องการดำเนินเรื่องหรือการใส่อุปสรรคต่าง ๆ เข้ามานั้น บอกได้เลยว่าโซนี่เขามือไม่ตกจริง โดยเฉพาะการ การทำให้เป็นภาพยนตร์เพลงนั้น ก็ถือว่าเป็นความกล้าหาญของทางค่าย เพราะเราก็ไม่เคยเห็นว่า Sony จะทำเอนิเมชั่นออกมาทางนี้ ซึ่งถ้าพูดถึงภาพยนต์เพลงในฝั่งค่ายวอลดิสนี่แล้วคงจะเห็นมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง แต่สำหรับ Vivo ผมถือว่าเขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก กลับการนำเสนอรูปแบบภาพยนตร์เพลง

เนื่องจากผมดู Vivo 2 รอบ รอบแรกดูแบบฉบับของ Soundtrack ก็เพื่อเน้นการฟังเพลงเป็นหลัก กับอีกครั้งดูพากย์ไทย เพราะอยากจะรู้ว่าฝีมือการพากย์ไทย และรวมถึงการร้องเพลงภาษาไทยในหนังจะมีความแตกต่างกันมากแค่ไหน โดยส่วนตัวแล้วผมขอบอกเลยว่า ฉบับการพากย์ไทยนั้นแทบไม่มีอะไรด้อยกว่าฉบับ Soundtrack เลย การสื่ออารมณ์ หรือแม้แต่การร้องเพลงภาษาไทย ถือว่าดีงาม มันแทบจะเป็นโทนเดียวกับต้นฉบับเลยด้วยซ้ำ อาจจะมีเล็กน้อยในเรื่องของจริตจะก้านของเสียง ซึ่งแน่นอนว่าการจะให้ทุกการออกเสียงทุกอย่างให้เป็นไปตามต้นฉบับนั้นมันเป็นไปไม่ได้ เท่าที่เห็นนี้ก็ถือว่าดีมากสำหรับพากย์ไทยแล้ว  Vivo จึงเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่พากษ์ไทยได้ดี ดูเวอร์ชั่นภาษาไทยก็ไม่ถือว่าเสียอรรถรสในการรับชม

ด้านเสียงไทยนั้นขอชื่นชม โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทานร้องเสียงไทยของวีโว และ เฟรม ศุภัคชญา สุขใบเย็นร้องเสียงไทยของ กาบี ถือว่าทำหน้าที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี ฟังแล้วไม่ขัดหูอะไรเลย

แต่ที่ขอชื่นชมมากๆ คือ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ทำหน้าที่พากย์เสียงและร้องเพลงประกอบได้ดีมาก วิธีการร้องและเสียงร้องของเจนนิเฟอร์ คิ้ม แทบไม่แตกต่างกันกับเวอร์ชั่นต้นฉบับ ที่เจ้าของเสียงคือ Gloria Estefan เลย แถมยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของเจนนิเฟอร์ คิ้มด้วย ยิ่งเพลงที่สำคัญที่สุดของเรื่องด้วยแล้ว เราดูภาพประกอบไปแล้วฟังไปมันทำให้เราน้ำตาซึมขึ้นมาได้เลยนะ

เรื่องนี้มีความลงตัวสุด ๆ กับจังหวะที่หนังเขาสอดแทรกเพลงเข้าไปในเนื้อหานั้นพอดิบพอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และอยู่ในจังหวะที่เหมาะสม ทุกเพลงเพราะและดีมาก กลิ่นอายป๊อปแบบละตินอเมริกันมาเต็ม ๆ ส่วนตัวแล้วผมไม่ได้รำคาญการใส่เพลงของหนังเรื่องนี้เลย

แต่ถ้าจะให้เทียบเพลงที่สำคัญที่สุดของเรื่อง Vivo คือ Inside Your Heart กับเพลงที่สำคัญที่สุดของหนังเรื่อง Coco จากค่ายพิกซาร์คือ Remember Me บอกได้เลยว่า Vivo ยังสู้ไม่ได้ เพลงยังไม่มีพลังมากพอที่จะตรึงเอาเราเอาไว้กับเนื้อหาหรือในระดับลงลึกเข้าไปในจิตใจและห้วงอารมณ์ของเราได้มากนัก ซึ่งเพลง Remember Me ของ Coco สามารถทำหน้าที่นี้และลงลึกเข้าไปอยู่ในจิตใจของเรา และสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของหนังทั้งหมดได้มากกว่า

นอกจากนี้งานด้านภาพ ด้านเทคนิค ก็ถือว่ายอดเยี่ยม รายละเอียดยิบย่อยถือว่าทำได้ดีมากๆ สมกับเป็นมาตรฐานภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากโซนี่เลยครับ ซึ่งก็แน่นอนว่าที่เขาสร้างมาได้มาตรฐานขนาดนี้เพราะเขาตั้งใจจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ซึ่งเมื่อเช็คแล้วในประเทศไทยนั้นจะลงฉายในวันที่ 12 สิงหาคม 2021 นี้ แต่ก็ต้องมาเจอกับพีท covid-19 ซะก่อน จึงต้องมาลงฉายใน Streaming ของ Netflix ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ดูภาพที่มันเต็มตา ไม่ได้ฟังเสียงคุณอย่างดีเยี่ยมในโรงภาพยนตร์ แต่อย่างน้อยเราก็ยังได้รับชม แบบไม่ต้องค้างเติ่ง เหมือนหนังใหญ่หลายเรื่องที่ไม่กล้าฉายสักที

หากถ้ามองความหมายในเชิงสัญลักษณ์แล้ว Vivo อธิบายความสัมพันธ์ของมนุษยชาติได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติไหน ประเทศไหน หรือภาษาไหน เราทุกคนล้วนแต่เป็นพลเมืองโลกเหมือนกัน และบทเพลงนั้นประสานให้ทุกคนมีความรู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียว และเป็นตัวเชื่อมว่า มนุษย์เราไม่ควรมีการแบ่งแยก

หนังเขามีความชาญฉลาดตรงที่เขาเลือกใช้พื้นที่ในการนำเสนอได้ดีโดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นเมืองพรมแดน ระหว่างสหรัฐอเมริกาคือ Miami และคิวบาคือเมืองฮาวานา ซึ่งหากติดตามข่าวสารบ้านเมืองจะรู้ว่าชาวคิวบานั้นหลบหนีเข้าประเทศอเมริกาผ่านพรมแดนนี้เสมอ

และการที่เขาใช้คิงคาจูเป็น Vivo ตัวละครหลัก นอกจากเหตุผลทางด้านจิตวิทยาที่สัตว์จะเข้าเด็ก ๆ ที่ดูหนังได้ดีแล้ว ยังจะมีเหตุผลทางด้านที่สื่อถึงความหลากหลายทางด้านเชื้อชาติ หลากหลายวัฒนธรรมด้วย และไม่ว่าจะมีความต่างกันด้านไหนก็ตาม ก็สามารถรับรู้ถึงอารมณ์ของเพลงได้เช่นกัน  และหากประสานความแตกต่างกันได้ดี มันก็จะเกิดสิ่งดี ๆ ขึ้น

มันก็เหมือนกับ Vivo เป็นสัตว์แต่สามารถเล่นดนตรีได้ มีความสามารถในการจดจำท่องทำนองและ Melody ได้ แต่ไม่สามารถร้องเพลงในภาษามนุษย์ แต่กาบี แม้จะเป็นมนุษย์แต่ก็ร้องเพลงเพี้ยน แต่กลับสามารถจำเนื้อหาของเพลงได้ และเมื่อทั้งสองมารวมกัน มันก็ก่อให้เกิดคุณงามความดีของเพลงได้ สามารถส่งสารสำคัญของบทเพลงได้ แล้วหนังก็นำเสนอในเชิงสัญลักษณ์คือ ทั้งวีโวและกาบี ร่วมเดินทางส่งบทเพลงที่มีค่าที่สุด ของคนที่มีค่าที่สุด ไปให้กับคนที่มีค่าที่สุดนั่นเอง

ส่วนในจุดที่ไม่ชอบอยู่บ้างก็ตรงที่ หนังเข้าใส่อุปสรรคเข้ามาในช่วงการเดินทางของตัวละคร ซึ่งแต่ละอุปสรรคนั้นมันแก้ไขง่ายเกินไป แล้วรู้สึกว่าแต่ละอุปสรรคนั้นมันไม่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ของตัวละครสักเท่าไหร่ อีกทั้งยังใส่ตัวละครเข้ามามากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นตัวละคร ตัวละครสัตว์หลากหลายชนิด มันเลยทำให้มีบางอย่างที่รู้สึกว่ากระจัดกระจาย และส่งผลต่อความเป็นเอกภาพของเรื่อง

อย่างไรก็ตาม เชื่อเถอะว่า Vivo จาก Sony Pictures Animation จะเป็นภาพยนตร์เพลงที่ดูแล้วมีความสุข แล้วเชื่อเถอะว่า “เพลงเดียวก็สามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างได้ “ดังนั้น ไม่ควรพลาด Vivo ด้วยประการทั้งปวง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *