รวบซีรีย์จีน สนุกครบรส หลากหลายแนว

รวบซีรีย์จีน
รวบซีรีย์จีน

รวบซีรีย์จีน สนุกครบรส หลากหลายแนว สายซีรีย์เกาหลีที่ว่าปังปุริเย่ดังพลุแตก พอมาเจอสายจีนปังๆมา เนื้อหาดี สนุกสนาน ครบ

  1. Find Yourself รักแรกของสาวใหญ่
  2. เฮ่อฝานซิง (นางเอก) หญิงสาววัน 32 ปี ที่เก่งในเรื้องการทำงาน เรีกได้ว่าเป็น working woman เธอไม่เคยมีความรักมาก่อน และเธอก็เคยสัญญากับเพื่อนสมัยก่อนว่าจะกลับมาแต่งงานด้วย แต่เพื่อคนนั้นก็ฉิ่งไปแต่งงานเสียก่อน ส่วนตัวเฮ่อฝานซิงยังคงเฝ้าตามหารักแท้อยู่บนคานทอง จนเธอได้มาพบกับหยวนซ่ง (พระเอก) เด็กฝึกงานหนุ่ม วัยอายุ 22 ปี ที่หน้าตาหล่อเหลา ทำเอาสาววัย 32 อย่างเฮ่อฝานซิงหัวใจกระชุ่มกระชวย ด้วยอายุที่ห่างกันถึง10 ปี และตำแหน่งหน้าที่ในบริษัทนั้น ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนไม่สามารถสานสัมพันธ์ได้อย่างง่ายดาย พวกเขาต้องเจออุปสรรคมากมาย ทำให้ความรักต่างวัยของทั้งคู่จะดำเนินต่อไปหรือต้องจบลงเพราะความแตกต่าง จะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามกันค่ะ

 

  1. Go Ahead ถักทอรักที่ปลายฝัน
  2. ซีรีส์แนวความสัมพันธ์ของครอบครัว ที่มี 3 คนพี่น้องต่างสายเลือด หลี่เจียนเจียน (น้องสาวคนเล็ก),หลิงเซียว (พี่ชายคนโต), เฮ่อจื่อชิว (พี่ชายคนกลาง) ที่เติบโตมาในครอบครัวเดียวกันจากการเลี้ยงดูของพ่อเลี้ยงเดี่ยวสองคน แต่ทั้ง 3 คนก็พบกับปัญหาที่ตามติดชีวิตจากอดีตที่เกิดจากครอบครัวเก่า แต่ด้วยความรักที่สองพ่อมอบให้และความรักระหว่าง 3 พี่น้อง ทำให้การดำรงชีวิตของพวกเขาดำเนินไปโดยปกติ ไม่จมดิ่งติดอยู่กับอดีตอันไม่น่าจดจำ มาตามดูความสัมพันธ์ของครอบครัวนี้กันค่ะว่าเขาทำอย่างไรให้ครอบครัวน่าอยู่ รักกันและกัน เห็นอกเห็นใจ ทั้งๆที่ไม่ได้มาจากสายเลือดเดียวกัน
  1. Count Your Lucky Stars วุ่นรักพลิกชะตาดาวนำโชค ดูหนังออนไลน์พากย์ไทย

เรื่องย่อ : ว่าด้วยเรื่องโชคชะตาที่เล่นตลกจากการจูบโดยบังเอิญของลู่ซิงเฉิง (พระเอก) และถงเสี่ยวโยว (นางเอก) เล่นตลกยังไงอะเหรอคะ ก็เพราะลู่ซิงเฉิง หัวหน้าบรรณาธิการนิตยสารชิค ซึ่งเป็นนิตยสารที่ชื่อดังได้รับความนิยม ชีวิตของลู่ซิงเฉิงนั้นเป็นชีวิตที่สมบูรณ์เฟอร์เฟ็กต์มาโดยตลอด ไม่ว่าลงมือหยิบจับทำอะไรเรียได้ว่าปังปุริเย่ไปทุกเรื่อง เขามีบุคลิคที่เย็นชา ขรึม เจ้าระเบียบ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามความต้องการของเขาไปสะทุกอย่าง อยู่มาวันนึงถงเสี่ยวโยว ดีไซน์เนอร์สาวน้อยดวงจู๋ ทำอะไรก็ดูเหมือนว่าโชคจะไม่ช่วยเธอเอาสะเลย เธอต้องใช้ความสามารถในการฟันฝ่าอุปสรรคและดวงจู๋ๆของเธอ และแล้ววันหนึ่งชะตาก็นำพาให้ถงเสี่ยวโยวมาเป็นลูกน้องของบรรณาธิการสุดหล่อ มาดเนียบอย่าง ลู่ซิงเฉิง และนี่แหละค่ะที่เป็นที่มาของจูบเปลี่ยนชีวิต จูบที่เล่นตลก เปลี่ยนโชคชะตาของลู่ซิงเฉิงและถงเสี่ยวโยว โดยลู่ซิงเฉิง จากคนดวงดีจับอะไรก็งอกเงยออกดอกออกผล ต้องกลายมาเป็นคนดวงจู๋ ส่วนถงเสี่ยวโยว สาวน้อยดวงจู๋ก็กลับกลายมาเป็นสาวน้อยที่ทำอะไรก็ดูเหมือนโชคชะตาจะปูพรมแดง โปรยดอกกุหลาบ ทำอะไรก็ราบรื่น สำเร็จไปสะหมด เรื่องราวความวุ่นๆของโชคชะตาที่เล่นตลกก็บังเกิดขึ้น จากคู่กัดจะเปลี่ยนความสัมพันธ์มาเป็นคู่รักได้หรือไม่นั่นต้องไปตามชมกันค่ะ

 

  1. I Will Find You A Better Home ยอดนักขายมือทอง

  2. ฝังซื่อจิ่น หญิงสาววัย 25 ปีที่ทำอาชีพเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์อันเจียเทียนเซี่ย เธอได้ถูกส่งให้ไปดูแลสาขาย่อยของบริษัท นี่จึงเป็นจุดที่เธอต้องดูแลสาขาร่วมกับ สวีเหวิงชัง ผู้จัดการสาขาที่มีความอบอุ่น อ่อนโยน ซึ่งการบริหารงานของทั้งคู่นั้นต่างกันออย่างสิ้นเชิงเพราะฝังซื่อจิ่น บริหารงานด้วยความเคร่งครัด ทำให้บรรยากาศของการทำงานที่มีความแตกกันอย่างสุดขั้ว ในส่วนบรรดาลูกน้องก็ต้องลำบากใจ ทำตัวไม่ถูกเพราะไม่รู้จะเชื่อฟังใครดี นอกจากการเป็นนายหน้าขายบ้านแล้วนั้นเธอยังต้องถูกดึงเข้าไปมีส่วนร่วมกับชีวิตของลูกค้าของเธออีกด้วย แล้วเรื่องราวความวุ่นในการทำงานจะก่อตัวให้เกิดความรักในที่ทำงานได้หรือไม่นั้น ต้องตามมาดูกันนะคะ

 

Generral’s Lady ฮูหยินน้อยจวนแม่ทัพ

คุณหนูเสินเจิ่น (นางเอก) เป็นบุตรสาวอนุภรรยาของจวนอ๋อง เธอเป็นคนที่มีไหวพริบเฉลียวฉลาด สดใส เธอยังมีความสามาถพิเศษคือ การสะเดาะกุญแจได้ทุกชนิด ได้ถูกบังคับให้แต่งงานกับแม่ทัพฉูซุยหมิง (พระเอก) ผู้ที่ได้รับฉายาว่า แม่ทับปีศาจ ที่เธอต้องแต่งงานกับแม่ทัพฉูซุยหมิง เพราะพี่สาวของเธอผู้ที่จริงๆแล้วนั้นต้องเป็นคนแต่งงาน แต่ก็ปฏิเสธเสียงแข็งที่จะไม่แต่ง นี่จึงเป็นเหตุให้เสินเจิ่นต้องมาแต่งงานแทน แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคอะไร เพราะทั้งสองคนตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกเห็นหน้ากันอยู่แล้ว  โดยการแต่งงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้เสินเจิ่น ไปเป็นสายสืบความลับของกองกำลังทัพที่ชายแดน ชีวิตคู่ของทั้งสองไม่ค่อยราบรื่นนัก ด้วยความระแวงของกันและกันนั้น ทั้งคู่จึงผลัดกันแกล้งกันไปกันมา  แต่พอเวลาผ่านไปทั้งคู่ได้เรียนรู้กันมากขึ้น รวมทั้งช่วยกันวางแผนปกป้องบ้านเมืองจากความวุ่นวาย จึงทำให้ความรักก่อตัวขึ้น

 

  1. Forever Lover บอกว่ารักแล้วไม่คืนคำ

  2. เรื่องราวความรักที่ค่อยๆเติบโตขึ้นของพระเอกและนางเอก ในโรงเรียนช่วงมัธยมปลาย เซี่ยงหานจือ (นางเอก) เป็นหน้าตาสะสวยและการเรียนดี ส่วนหวังอันอวี่ (พระเอก) มีนิสัยดื้อรั้นเกเร ก็เป็นอัจฉริยะด้านคอมพิวเตอร์ แต่โชคไม่ดีที่ทางบ้านลมละลายเพราะโรงงานไฟใหม้ ทำให้เขาต้องพยายามที่จะทำงานเพื่อจุนเจือตัวเอง ในวัยมัธยมหวังอันอวี่ปลอมตัวเป็นครูสอนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ เซี่ยงหานจือมีข้อข้องใจคิดว่าหวังอันอวี่เป็นมิจฉาชีพ เธอจึงทดสอบหวังอันอวี่ โดยการตั้งโจทย์คณิตศาสตร์ยากๆ เพื่อทดสอบความสามารถของหวังอันอวี่ แต่หวังอันอวี่ก็สามารถแก้โจทย์ทั้ง 3 วิธีได้ เซี่ยงหานจือจึงให้หวังอันอวี่สอนพิเศษมาเรื่อยๆ มีแอบนัดเจอกันบ้างโดยที่ปิดไม่ให้ใครรู้ เรื่องราวก็ดำเนินมาถึงช่วงมหาวิทยาลัย พระเอกหลงรักนางเอก ทั้งคู่เรียนมหาเดียวกัน ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกัน และวางแผนว่าจะแต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน มาลุ้นความรักและเป็นกำลังให้ทั้งคู่กัน
  1. Goodbye My Princess หรือ Eastern Palace ตงกงตำหนักบูรพา

  2. เสี่ยวเฟิง องค์หญิงเก้าแห่งแคว้นซีโจว ต้องแต่งงานกับหลี่เฉิงอิ๋นแห่งแคว้นจงหยวน แต่การแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นการแต่งงานเพราะความรักแต่อย่างใด แต่เป็นการแต่งงานเพราะการเมืองของทั้งสองแคว้นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ใหเ้แน่นแฟ้น เสี่ยวเฟิงจึงต้องย้ายเข้ามาอยู่ในตำหนักบูรพาด้วยความไม่เต็มใจ หลี่เฉิงอิ๋นผู้เป็นสามีของนางก็มีสนมที่คอยปรนริบัติอยู่แล้ว จึงไม่ได้สนใจหลี่เฉิงอิ๋นผู้เป็นภรรยา ส่วนตัวของหลี่เฉิงอิ๋นนั้นก็เอาแต่งเล่นสนุกอยู่กับการออกไปเที่ยวเล่นนอกวัง การใช้ชีวิตของทั้งสองคนนั้นจึงไม่เหมือนคู่สามีภรรยาโดยทั่วไป ต่อมามีการแย่งชิงอำนาจในตำหนักบูรพา จึงเป็นจุดที่ทำให้ทั้งคู่กลับมาสู่วังวนของสงครามแห่งการแย่งชิง ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงเริ่มต้นขึ้น

 

The princess Weiyoung วีรสตรีนักสู้กู้แผ่นดิน

เฝิงซินเอ๋อร์ (นางเอก) เป็นองค์หญิงของราชวงค์เป่ยเหลียที่ล่มสลาย พ่อของนางเอกถูกเนรเทศออกจากแผ่นดิน ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปช่วงข้ามคืน ขุนพลสกุล “ชื่ออวิ๋น” กวาดล้างเหล่าสมาชิกราชวงศ์เป่ยเหลียงเพื่อที่จะยึดครองเหมืองแร่เหล็กของดินแดนเป่ยเหลียงมาครอง ซินเอ๋อร์ยังโชคดีที่หลี่เว่ยยางขอให้ไว้ชีวิตเธอไว้ ต่อมาหลี่เว่ยยางถูกลอบสังหาร ซินเอ๋อร์จึงสวมรอยเป็นหลี่เว่ยยางและเข้าไปในจวนเพื่อที่จะแก้แค้น แต่การเข้าไปอยู่ในจวนนั้นไม่ง่ายเอาสะเลยเพราะมีคนไม่ประสงค์ดี คอยใส่ร้ายอยู่ตลอดเวลา ต่อมาซินเอ๋อร์ได้เจอกับทั่วป๋าอวี๋ (พระเอก) ในงานฉลอง ทั่วป๋าอวี๋เป็นหลานคนโปรดของจักรพรรดิ ผู้ที่เป็นศัตรูที่ทำลายบ้านเมืองและราชวงศ์เป่ยเหลีของเธอ  การแก้แค้นครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ และความรักที่มาพร้อมกับความแค้นจุดจบแล้วจะเป็นอย่างไร สมหวังหรือต้อวร้างลามาติดตามกันค่ะ

 

  1. Under the Power องครักษ์เสื้อแพร

  2. พระเอกของเรานามว่า ลู่อี้ เป็นองครักษ์ที่ทำหน้าที่คล้ายกับตำรวจสายลับ เขาเป็นคนที่มีความสามารถ ดูเลือดเย็น มีมาด ได้รับมอบหมายให้ไปสืบคดียักยอกเงินของราชสำนักของใครงการซ่อมแซมแม่น้ำที่เมืองหยางโจว และบังเอิญได้รับความช่วยเหลือจาก หยวนจินเซี่ย (นางเอก) ที่เป็นมือปราบหญิงจากสำนักกองปราบที่ 6 ซึ่งฝีมือการทำงานของนางก็ไม่เป็นสองรองใครเลย ทั้งคู่เข้าไปพัวพันกับคดีที่ไม่คาดคิด ต้องต่อสู้หาความจริงมาด้วยกัน ถึงแม้ตอนแรกทั้งคู่จะไม่ค่อยชอบกัน แต่ด้วยทั้งคู่เป็นคนที่ทำงานและมีอุดมการณ์ในการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน จุดนี้จึงทำให้ทั้งคู่เริ่มมีใจให้กัน แต่มันก็ไม่ได้ราบรื่นสะทีเดียวนัก เพราะหยวนจินเซี่ย ได้มารู้ความจริงที่ว่าลู่อี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของครอบครัวของเธอ ความรักจึงเปลี่ยนเป็นความแค้น บทสรุปของลู่อี้และหยวนจินเซี่ยจะไปต่อหรือลงเอยอย่างไรต้องไปชมกันค่ะ

หนังแอคชั่น แนะนำ เรื่องไหนน่าดู ฉบับล่าสุดปี 2021 บู๊ระห่ำ สุดมันส์ทะลุจอ

หนังแอคชั่น
หนังแอคชั่น

หนังแอคชั่น แนะนำ เรื่องไหนน่าดู ฉบับล่าสุดปี 2021 บู๊ระห่ำ สุดมันส์ทะลุจอ ลุ้นจนแทบนั่งไม่ติด กลายเป็นหมวดหนังสุดโปรดของใครหลายคนไปในที่สุด

Us and them ( 2018 )

“ ความฝันของฉันหรือฝันของเรา ”

ในปี 1996 โลกได้ซาบซึ้งไปกับ เถียนมีมี่  ของ Peter  Chan ในยุคนี้ผู้คนรู้จัก Us and Them ที่มาแนวทางเดียวกันเป๊ะแต่ปรับให้เข้ายุคเข้าสมัย และเพิ่มความดราม่าเข้าไปอีกระดับหนึ่งเพื่อทำให้เราเสียฟอร์มในการรับชมเพราะเผลอตัวเสียน้ำตาออกมา แต่ที่น่าเสียดาย คือ หนังได้ลดทอนสัญญะทางการเมืองไปเยอะเมื่อเทียบกับเทียนมีมี่ที่มีความเป็นฮ่องกงมากกว่า ทิ่มแทงความรู้สึกเราได้เยอะกว่า

มีการอิงเรื่องราวของยุคสมัยเหมือน ๆ กัน เล่นเรื่องความสัมพันธ์ในแนวทางใกล้เคียงกัน เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวมากมายในอดีตให้ชวนนึกถึงทั้งสุข เศร้า เหงา รัก ถ้าใครต้องการดูหนังรักที่มีความครบเครื่องเรื่องอารมณ์ Us and Them คือหนังที่ห้ามพลาด  ดูหนังพากไทย


Split ( 2016 )

“ วิวัฒนาการของคนที่หัวใจเเตกสลาย ”

สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังของ M. Night Shyamalan  คือ บทของเขาจะไม่เหมือนหนังของใคร ต่อให้เป็นหนังที่แย่ในบางทีมันก็ยังคงเป็นหนังที่มีความออริจินัลอยู่ดี เช่นเดียวกับเรื่องนี้  เราเชื่อว่า  Split น่าจะเป็นหนังที่ผู้ชมจะพูดถึงและให้การยอมรับมากกว่านี้ ถ้าผู้คนไม่เคยเห็นงานเก่า ๆ ของเขามาก่อน เช่น Unbreakable , Signs หรือแม้แต่ใน The Village , The Vist หนัง Hybrid ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าทำเท่าไร เพราะยากต่อการทำการตลาด


Gone Girl ( 2014 )

“ สื่อบังคับให้เราเป็นอีกคนที่เราไม่รู้จัก ”

เรื่องราวความสัมพันธ์ป่วย ๆ ของครอบครัวสมัยใหม่ ที่แต่ละคนมีความคิดเป็นของตนเองที่เเข็งเเรงพอที่จะไม่สนใจความคิดอื่น ๆ  สิ่งที่เราชอบที่สุดคือวิธีที่แต่ละฝ่ายพยายามจะเอาชนะกัน ที่ไม่ใช่การตบตีหนักหน่วงแต่มันคือการพยายามเอาชนะด้วยการทำให้อีกฝ่ายเป็นบ้า ทนไม่ได้ แล้วยอมแพ้ไปเอง ซึ่งดูเหมือนไม่มีใครลดละความพยายามเลยและมันก็เลยเถิดจนยากจะควบคุม จังหวะของหนังทำให้เราลุ้นมาก ๆ ในแต่ละฉาก ส่วนงานดนตรีประกอบของ Trent Reznor และ Atticus Ross ก็ดูทันสมัย เข้ากับเรื่องนี้เป็นที่สุด


Rango ( 2011 )

“ อยู่เป็น? ”

สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้คือหนังสามารถดึงเสน่ห์ออกมาจากตัวละครอัปลักษณ์ได้อย่างน่าสนใจสุด ๆ มันทำให้เรามองเห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องหลงรักตัวละครที่ดูเท่ หรือน่ารักเสมอไปตราบใดที่หนังยืนยันที่จะดึงเสน่ห์ออกมาจากตัวละครนั้นให้ได้ ซึ่ง Rango ก็ทำออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง ดูสนุก มีอารมณ์ขันเฉพาะตัว เป็นหนังแนว   “ค้นหาตัวตน” ที่ไม่ควรพลาดเรื่องหนึ่ง


Raw ( 2016 )

“ ดิบ เดือด เลือดพล่าน ”

เมื่อคิดถึงหนังเรื่องนี้ทีไรเราจะรู้สึกสยองขึ้นมาทันที ภาพบางภาพมันยังคงติดตาเราอยู่  ด้วยงานภาพที่จัดจ้านมีสไตล์  ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตัวละครที่ไม่หยุดนิ่งเหมือนรอเวลาที่จะปะทุตัวของอะไรบางอย่างที่เลวร้ายออกมา  ด้วยบรรยากาศที่ลึกลับอึดอัดชวนสงสัยที่ทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา เราชอบที่หนังไม่ยอมเผยว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรจนเราค่อย ๆ เข้าใจขึ้นเรื่อย ๆ  เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มาก ๆ ในการดูหนังสยองขวัญแนวนี้


A Cure for Wellness ( 2016 )

“ วัคซีนคือเชื้อโรคแบบหนี่ง ”

ผลงานที่ Gore Verbinski กำกับมักจะเป็นงานที่ดูเสี่ยงอยู่เสมอ ว่ามันจะขายได้หรือขายไม่ได้ คนดูจะเข้าใจหรือมึนงง มันจึงเป็นเหตุผลที่พอเข้าใจได้ ว่าทำไมนักวิจารณ์ถึงเสียงแตกออกเป็นสองขั้ว ไม่ชอบก็เกลียดหนังของเขาไปเลย เรื่องนี้ก็เช่นกัน แต่เราอยู่ในฝั่งที่ชอบหนังเรื่องนี้มากกว่า เพราะยิ่งขุดหนังเรื่องนี้ให้ลึกลงไปในความคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งพบอะไรมากขึ้นเรื่อย ๆ

หนังมีองค์ประกอบที่ซับซ้อนที่ยากจะเห็นรายละเอียดทั้งหมดเพียงครั้งเดียว มันเป็นความรู้สึกเหมือนการได้ดู Blade runner ในปี 1982  หรืองานของ Stanley Kubrick หลาย ๆ เรื่องที่ผู้คนไม่ค่อยเข้าใจนักในช่วงแรกซึ่งต่อมาผู้คนจึงเริ่มเห็นบางสิ่งที่สำคัญของหนังและนำมาวิเคราะห์ แตกรายละเอียดเป็นชั้น ๆ เชื่อว่าผู้คนจะกลับมาพูดถึงหนังเรื่องนี้อีกครั้งในอนาคต


Shoplifters ( 2018 )

“ ของใคร…ใครก็รัก ”

หนังเรื่องนี่ได้มอบความรู้สึกหลากหลายอารมณ์มากให้แก่เรา มันทำให้เราซาบซึ้ง เศร้า อบอุ่น เย็นชาจนไปถึงด้านชา หนังมันทำให้เราคาดหวังว่ามันจะจบอีกแบบ แบบที่ทุกคนมีความสุข แต่มันก็พรากความรู้สึกเหล่านั้นไปเพราะหนังเลือกที่ยึดโยงกับโลกแห่งความจริงมากกว่าจนเราต้องน้อมรับกับมันในท้ายที่สุด


The Lobster ( 2015 )

“ จังหวะหัวเราะที่เปลี่ยนไป ”

หนังของ Yorgos  เหมือนรถไฟในสวนสนุกที่เราจะนั่งปล่อยสมองให้โล่ง แล้วพร้อมจะล่องลอยไปในโลกที่เขาต้องการนำเสนอ ในเรื่องนี้เขาพาเราไปรู้จักความรักในโลกที่ไร้ความรู้สึก สุดแสนมืดมน ทุกคนมีตรรกะเป็นของตัวเองและเราก็สนุกไปกับการพยายามเขาใจวิธีคิดของคนเหล่านั้น ซึ่งมันก็แปลกซะเหลือเกินจนเราต้องขำออกมาหลาย ๆ ฉาก แต่พอบทจะใช้ความรุนแรงขึ้นมาก็โหดจนสะเทือนอารมณ์ เป็นหนังรักแปลก ๆ ที่ไม่เหมือนกับเรื่องไหนแน่ ๆ


Blade Runner 2049 ( 2017 )

“ มนุษย์จำเป็นต้องมีความทรงจำไหม ”

นี่อาจจะเป็นต้นแบบของหนัง Sci-fi ยุคใหม่ที่เราอาจจะได้เห็นบ่อยขึ้นในอนาคตที่ไม่กลัวจะพูดถึงประเด็นยาก ๆ แนวปรัชญา ๆ คล้าย ๆ กับที่เกิดขึ้นใน Ad Astra หรือในหนังแบบ Solaris ( 1972 ) หนังอีกเรื่องที่เราชื่นชอบที่พูดถึงปมเล็ก ๆ ในใจภายใต้ฉากหลังที่ยิ่งใหญ่ ฮอลลีวูดจัด ๆ เหมือนที่ Blade Runner  ชัดเจนมาก ๆ ตั้งแต่ภาคก่อน แต่ในเวอร์ชันนี้หนังได้มีการตั้งคำถามลึกเข้าไปอีกในเรื่องของตัวตน เราจำเป็นต้องมีความรู้สึกไหม?  เราจำเป็นต้องมีความทรงจำไหม? ทุกอย่างใส่เข้ามาอย่างถูกจังหวะผสมกับฉากแอคชั่นที่ใส่เข้ามาอย่างลงตัว ดูงดงาม ดูแพง ไม่เยอะเกินไป ดูเป็นงานที่ประณีตเป็นที่สุด เหมาะกับการไปดูที่โรงหนังจริง ๆ  เพื่อให้เห็นรายละเอียดยิบย่อยต่าง ๆ


Ida ( 2013 )

“ เมื่อตัวตนที่แท้จริง…ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในโลกที่คนอื่นเป็นคนสร้าง ”

ต้องยอมรับว่าเราแทบไม่สนใจเนื้อเรื่องเลยตอนที่ได้ดูครั้งแรก เอาแต่ชื่นชมไปกับการจัดวางแปลก ๆ ของภาพที่มีเอกลักษณ์มาก ๆ  จนเราเคลิ้ม  แต่นอกจากภาพเท่ ๆ แล้ว มันคืองานที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาเปรียบเปรย เสียดสี ดราม่าหนัก ๆ  เเนว Feminist ที่ซ่อนเรื่องราวหลากหลายเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน ทั้งเรื่องราวความรักขม ๆ , การทรยศหักหลัก , ความรู้สึกผิดบาป , แนวคิดที่ขัดแย้งกันเองของศาสนา การเมือง เป็นเหตุให้ตัวละครต้องดิ้นรน พยายามที่จะหาจุดที่ลงตัวในชีวิตของเธอเองให้ได้ เป็นหนังที่เมื่อได้กลับไปดูอีกครั้งก็มักจะพบสิ่งใหม่ ๆ ที่น่าสนใจอยู่เสมอ


The Guilty ( 2018 )

“ ความแน่ใจคือความไม่แน่นอน ”

หนังที่เล่นกับพื้นที่จำกัดเรื่องนี้ ใช้พื้นที่ทางด้านอารมณ์ได้คุ้มค่าสุด ๆ  มันเข้าเรื่องได้เร็ว เเละค่อย ๆ ไต่ระดับความเครียดยิ่งขึ้นอย่างถูกจังหวะ ด้วยพล็อตเรื่องที่เข้มข้นการแสดงที่ยอดเยี่ยมแต่ก็ยังหาพื้นที่ในการวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างเฉียบคม โดยเฉพาะในเรื่องมาตรฐานของศีลธรรม ที่บางครั้งเราคิดว่าเราถูกที่สุด แต่ดูเหมือนความมั่นใจนั้นจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่นเสมอในท้ายที่สุด


X-Men: Days of Future Past ( 2014 )

“ Back to the future + Avengers + Inception ”

หนังเรื่องนี่มีส่วนผสมที่หนังที่ดัดแปลงที่มาจากการ์ตูนสายบันเทิงพึงมี จังหวะที่ไม่เร็วไม่ช้าไปแต่เน้นความไหลลื่นทางด้านอารมณ์ , มีฉากลุ้นระทึกดูสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ , เข้าเรื่องได้เร็ว ,ใช้เวลาแนะนำละครได้อย่างรวดเร็วและฉลาด , มีฉากที่น่าจดจำ , มีเนื้อเรื่องที่ไม่ง่ายเกินไปพอให้คนดูได้ใช้ความคิดได้บ้าง และการมีตัวละครที่ต้องตัดสินอะไรบางอย่างที่สำคัญอยู่ตลอดเวลา


The Survivalist ( 2015 )

“ ต้องรอด หรือ ต้องมีชีวิต? ”

หนังที่เรารู้สึกว่าน่าเชื่อถือที่สุดในตระกูลหนังวันสิ้นโลก มันดูเรียล ดูดิบเถื่อน อาจจะเกินไปเสียหน่อยจนยากที่จะดูในบางฉาก ( 18+ ) หนังให้อารมณ์กับเราเหมือนกับหนังสงครามที่ตัวละครมีความหวาดระแวงต่อทุก ๆ สิ่งในขั้นสูงสุด ที่ถ้าไม่เถื่อนจริงก็อยู่ไม่ได้ เราชอบตรงที่หนังสามารถหาพื้นที่ให้ตัวละครได้โชว์ความอ่อนไหวออกมาอย่างมีจังหวะ และเล่นกับความเงียบ ความกลัวได้อย่างน่าสนใจ


Her ( 2013 )

“ เรารักเขา หรือเรารักตัวเองมากกว่าเดิม ”

เป็นหนังที่ถูกสร้างมาให้คนตกหลุมรักอย่างเเท้จริง เเต่พอจะเหวี่ยง จะถลําลึกมันก็ทำให้เรารู้สึกกังวลจริง ๆ กับตัวละคร ซึ่งในทางนึงมันก็ทำให้เราเปิดใจที่จะยอมรับวิธีการคิดของตัวละครแบบนี้มากขึ้น  อีกส่วนที่สำคัญที่สุดของหนังคือบรรยากาศที่ถูกออกแบบมาได้สมจริงมาก ๆ และดูเหงาสุด ๆ , เพลงประกอบของ Arcade Fire อันเคลิบเคลิ้มก็เข้ากันกับหนังได้ดี รวมถึงงานภาพชวนฝันของ Hoyte Van Hoytema ก็ทำออกมาได้น่าจดจำจริง ๆ


The Revenant ( 2015 )

“ มีหนักกว่านี้ไหม? ”

สิ่งที่เราทั้งชอบและเกลียดในหนังของ Inarritu  คืองานกำกับที่มีความทะเยอทะยานสูงเกินกว่ามนุษย์ทั่วไป(โดยไม่จำเป็นในบางที)ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยมีผู้กำกับคนไหนอยากทำอะไรแบบนี้แล้ว แต่ด้วยการที่เขายึดแนวทางนี้อย่างแน่วแน่ทำให้หนังที่มีความดิบ ๆ เถื่อน ๆ แมน ๆ เรื่องนี้ ให้ความรู้สึกร่วมจริง ๆ เรารู้สึกเอาใจช่วยอยู่ตลอดว่าตัวละครจะต้องเจออะไรหนักหนากว่านี้ไหมในฉากต่อไป


The Master ( 2012 )

“ เมื่อหัวใจที่อ่อนแอถูกชักจูงให้เชื่อ ”

The Master เป็นหนังที่ดูไม่ง่าย เพราะมันเต็มไปด้วยฉากที่ชวนอึดอัด หนังที่มีความบันเทิงเฉพาะตัวเรื่องนี้เปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปสำรวจชีวิตของคนคนนึง ที่ใช้ชีวิตโดยไร้จุดหมายเเน่ชัด  หนังพยายามให้เราทำความเข้าใจกับคนเหล่านี้ โดยการให้เราติดตามชีวิตเขาไปเรื่อย ๆ อย่างใจเย็น จนถึงในตอนที่เขาเบิกเนตร พบกับความจริงที่ยากจะยอมรับ

บทของมันไม่ชัดเจนว่าจะไปทางไหน เเต่ด้วยการเเสดงที่สุดยอดเเละบรรยากาศที่เราไม่คุ้นชินเเต่ดูน่าสนใจแปลก ๆ ทำให้เราอยากจะติดตามชีวิตของพวกเขาไปจนจบ เป็นความรู้สึกเดียวกับที่ได้ดู There Will Be Blood หนังของ Paul Thomas Anderson  ที่เรามองว่าเป็นอีกชิ้นงานที่คลาสสิก ที่มีวิธีการนำเสนอคล้าย ๆ กัน คือเปิดโอกาสให้เราสังเกต และวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ไปเลยโดยที่ไม่จำเป็นต้องหลงรักตัวละครแต่อย่างใด


Moonrise Kingdom ( 2012 )

“ เราเป็นนกแบบไหน ”

สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนัง Wes Anderson ทุก ๆ เรื่อง นอกจากสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ในงานด้านภาพและตัวละครเพี้ยน ๆ ที่มากเสน่ห์แล้ว มันคือความรู้สึกของการได้ออกไปผจญภัยในโลกกว้างจริง ๆ หนังของเขาทำให้เรากลับไปเป็นเด็กไม่กลัวอะไรทั้งสิ้นและมองว่าทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ สิ่งที่เราชื่นชอบในตัว Moonrise Kingdom มากกว่า The Grand Budapest Hotel นิดหน่อยตรงพล็อตเรื่องที่สดใหม่ยิ่งกว่า เพราะเราไม่เคยคิดว่าหนังเกี่ยวกับลูกเสือจะทำออกมาได้น่าสนใจถึงเพียงนี้  แต่ทั้ง 2 เรื่องก็ถือว่าเป็นหนังที่บันเทิงในระดับเดียวกัน สามารถดูได้หลาย ๆ รอบ


Never Let Me Go ( 2010 )

“ จุดประสงค์ในชีวิตที่เราต้องสร้างเอง ”

หนึ่งในหนังที่ดัดแปลงจากวรรณกรรมที่ดีที่สุด มันทั้งหดหู่แต่ก็งดงามในขณะเดียวกัน  Never Let Me Go เป็นผลงานโรแมนติก Sci-fi ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องราวนี้มันควรจะเกิดในยุคไหน มันเป็นบรรยากาศอันสมจริงในภาพจินตนาการล้วน ๆ ที่สุดแสนจะงดงาม  เป็นดังความฝันที่ดูเสมือนจริง เป็นความฝันที่พยายามสื่อสารสิ่งที่สำคัญแก่เรา ให้เราเรียนรู้และยอมรับกับข้อเท็จจริงบางอย่างของชีวิตถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่แสนเจ็บปวดเหลือเกิน


The Witch ( 2015 )

“ เราอาจจะเป็นต้นเหตุเสียเอง? ”

หลังจากหนังเรื่องนี้ได้ออกฉาย แนวทางของหนัง Horror เรื่องอื่น  ๆ ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป กลายเป็นหนังแนวสยองขวัญเเบบ The witch แทน ที่ค่อย ๆ บีบ ค่อย ๆ นวดคนดูไปเรื่อย ๆ ด้วยเสียง ด้วยบรรยากาศหลอน ๆ  ด้วยการแสดงนิ่ง ๆ อึ้งสลับกับอาการคลุ้มคลั่งที่เดาทางไม่ถูก ด้วยงานด้านภาพ ด้วยคอนเซ็ปต์ง่าย ๆ ด้วยการใช้องค์ประกอบในฉากที่น้อยนิดแต่เน้นการแสดง  ด้วยจังหวะที่น่าสนใจเพื่อควบคุมความรู้สึกคนดู


Embrace of Serpent ( 2015 )

“ ความอยากรู้อยากเห็น…เป็นสิ่งเสพติด ”

เมื่อดูหนังเรื่องนี้ไปสักพัก เรารู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังโดนมอมยาอยู่ เราแยกไม่ออกว่าตกลงมันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งกันแน่ แต่เราก็อยากเดินทางไปกับพวกเขาต่อเพื่อตามหาดอกไม้วิเศษที่พวกเขาต้องการแม้ว่าจะเสี่ยงอันตรายแค่ไหน รู้สึกว่าตัวเองได้ถลำลึกไปมากแล้วเกินกว่าจะถอยหนี เป็นประสบการณ์เดินทางอันลึกลับที่ยากจะลืมเลือนจริง ๆ

หนังน่าดู ที่คอหนังไม่ควรพลาดตลอดปี 2021 ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

หนังน่าดู
หนังน่าดู

หนังน่าดู ที่คอหนังไม่ควรพลาดตลอดปี 2021 ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง บอกเลยว่าคอหนังไม่ควรพลาดเรื่องพวกนี้ สนุกครบรสบอกเลยไม่ควรพลาด

Seobok  ซอบก มนุษย์อมตะ หนังแอ็กชันไซไฟฟอร์มยักษ์จากเกาหลีใต้ ที่ได้นักแสดงเบอร์ใหญ่ระดับเอเชียอย่าง กงยู และ พัคโบกอม มานำแสดง กับเรื่องราวของอดีตสายลับผู้ป่วยระยะสุดท้าย มินกีฮยอน (กงยู) ที่ต้องมาปกป้องมนุษย์โคลนอมตะ ซอบก (พัคโบกอม) ซึ่งกำลังถูกไล่ล่าเพื่อทำลายจากผู้ประสงค์ร้าย  ดูหนังไทย

 

Black Widow

Black Widow หนังฮีโร่หญิงเดี่ยวเรื่องที่สองของจักรวาล Marvel นำแสดงโดย Scarlett Johansson เล่าเรื่องราวชีวิตของ Natasha Romanova ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาตลอดเวลา 15 ปี หลังจากที่โซเวียตล่มสลาย

Godzilla vs. Kong

หลังจากที่ได้เห็นการปะทะครั้งยิ่งใหญ่ของเหล่าอสูรกายใน Godzilla: King of the Monsters ไปแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างก็ยิ่งตอกย้ำให้เราได้เห็นความแข็งแกร่งของ Godzilla จนท้ายที่สุดการปะทะกันครั้งใหม่ก็ได้เริ่มขึ้น เมื่อสัตว์ประหลาดยักษ์จากสองซีกโลกได้มาดวลกันจนอาจนำมาสู่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

Songbird

Songbird เล่าถึงอนาคตในอีก 4 ปีให้หลัง เชื้อโควิดได้กลายพันธุ์มาเป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงกว่าเดิม มีชื่อว่า Covid-23 และคร่าชีวิตประชากรโลกไปกว่า 110 ล้านราย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นผลงานไซไฟระทึกขวัญเรื่องล่าสุดจาก Micael Bay (Transformers, A Quiet Place และ The Purge) ซึ่งหนังได้ถูกสร้างมาจากการระบาดหนักของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ โดยเขียนบทและถ่ายทำขึ้นในช่วงที่สถานการณ์โควิดกำลังระบาดรุนแรง เพื่อต้องการถ่ายทอดภาพและบรรยากาศความตึงเครียดจากการกักตัวและล็อกดาวน์ให้สมจริงที่สุด

The King’s Man

The King’s Man กำเนิดโคตรพยัคฆ์คิงส์แมน โดยผู้กำกับคนเดิมจากทั้งสองภาคแรก Matthew Vaughn จะกลับมาเล่าเรื่องราวการกลับมาของบุรุษท่านหนึ่งกับการปกป้องโลกและลุกขึ้นมาเผชิญหน้าต่อสู้กับเวลา พร้อมด้วยแผนการสุดโหดเพื่อหยุดยั้งความเลวร้ายของเหล่าวายร้ายที่รวมตัวกันก่อสงครามครั้งใหญ่ โดยหวังจะทำลายล้างมนุษย์ผู้บริสุทธิ์นับล้าน ทั้งหมดทั้งมวลจึงกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นขององค์กรโคตรพยัคฆ์

Cinderella

Cinderella หนังแนวมิวสิคัลคอเมดี้ที่เขียนบทและกำกับโดย Kay Cannon (Pitch Perfect) โดยครั้งนี้จะหยิบเอาเทพนิยายคลาสสิกมาเล่าใหม่ ‘อีกครั้ง’ ในรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น และผู้ที่มารับบทนางซินเวอร์ชัน 2021 ก็คือ Camila Cabello ซึ่งนอกจากจะแสดงแล้วเธอยังมีส่วนร่วมในการทำเพลงประกอบหนังเรื่องนี้อีกด้วย

No Time To Die

No Time To Die ตอนที่ 25 ของหนังฟอร์มยักษ์ระดับโลกอย่าง James Bond 007 นำแสดงโดย Daniel Craig ซึ่งครั้งนี้เขาจะรับบทสายลับเจ้าเล่ห์เป็นครั้งสุดท้ายของเขา

Mortal Kombat

หนังที่ดัดแปลงจากวิดีโอเกมชื่อเดียวกันที่เคยถูกทำเป็นหนังมาแล้วในช่วงยุค 90s ว่าด้วยเรื่องการต่อสู้บนสังเวียนที่มีชะตากรรมของโลกเป็นเดิมพัน แต่เวอร์ชั่นนี้จะเป็นการรีบูตโดยไม่เกี่ยวข้องกับภาคเก่า อีกทั้งยังค่อนข้างที่จะมีเนื้อหารุนแรงอย่างที่เคยพบเห็นในวิดีโอเกม โดยได้ Simon McQuoid มารับหน้าที่กำกับ และอำนวยการสร้างโดย James Wan

A Quiet Place Part 2

A Quite Place หนังระทึกขวัญที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างถล่มทลาย เตรียมส่งต่อความลุ้นระทึกให้กับภาค 2 พร้อมนักแสดงนำคนเดิมอย่าง Emily Blunt และผู้กำกับคนเดิม John Krasinski

The Conjuring: The Devil Made me Do it

ภาคที่ 3 ในจักวาลหนังผี The Conjuring ที่ใช้ชื่อว่า The Conjuring: The Devil Made me Do it เรื่องราวในภาคนี้ก็ยังคงมีศูนย์กลางอยู่ที่สองสามีภรรยา Ed Warren และ Lorriane Warren โดยในภาคนี้จะเป็นเรื่องราวของคดีดังของ Arne Cheyenne Johnson ที่คาดเดากันว่าหนังมีการหยิบมาจากคดีเรื่องจริง ในปี 1981

 

Cruella

หนึ่งในโปรเจ็กต์หนังเทพนิยายจาก Walt Disney ที่นำเรื่องราวของ Cruella วายร้ายจาก 101 Dalmatians โดยได้ Emma Stone มารับบทนำ ผู้สร้างตั้งใจจะเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดผ่านชีวิตวัยสาวของ Cruella de Vil ก่อนที่เธอจะกลายเป็นดีไซน์เนอร์นักล่าหมาลายจุดอย่างที่เรารู้จักกัน เป็นอีกครั้งที่ Walt Disney ตั้งใจจะนำเสนอแง่มุมใหม่ๆ ของตัวร้าย

 

Venom: Let There Be Carnage

หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่สร้างจากตัวละคร Venom จาก Marvel Comics กับภาคต่อที่ใช้ชื่อเรื่องว่า Venom: Let There Be Carnage ซึ่ง Tom Hardy ยังคงรับหน้าที่นักแสดงนำ ที่ต้องเจอกับวายร้ายตัวใหม่ที่รับบทโดย Woody Harrelson

 

The Suicide Squad

การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้นที่สุดของ James Gunn กับการสร้างภาพยนตร์ที่แตกต่างออกไปจากผลงานซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ ที่ผ่านมา กับสุดยอดหนังสงครามยุค 70s “The Suicide Squad” ที่มาพร้อมกับความชาญฉลาดและอารมณ์ขันของตัวละครแบบเป็นตัวเอง บวกกับความเป็นแฟนตาซีเหนือความคาดคิดของตัวละครn นำทีมโดยนักแสดงชุดเดิม อาทิ Margot Robbie, Joel Kinnaman, Jai Courtney, Viola Davis ฯลฯ

 

Dune

การลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับชะตากรรมอันยิ่งใหญ่และหยุดยั้งสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นของพอล อาทรีเดส (ทิโมธี ชาลาเมต์) บุตรชายคนสำคัญของตระกูลอาทรีเดส เพื่อกีดขวางการแย่งชิงอำนาจจากเหล่าวายร้ายที่หวังจะโค่นบัลลังก์ นำมาซึ่งแผนการบางอย่าง

Dune ในเวอร์ชันนี้ยังคงเป็นการดัดแปลงมาจากหนังสือนิยายต้นฉบับอันโด่งดังของ Frank Herbert นักเขียนชาวอเมริกันที่เคยตีพิมพ์ออกมาในปี 1965 และนอกจากจะยึดโครงเรื่องตามเดิมแล้ว ยังเป็นการรีบูตเวอร์ชันภาพยนตร์ในปี 1984

 

Halloween Kills

กลับมาหลอนกันอีกครั้งกับตำนานหนังสยองขวัญฆาตกรโรคจิตอย่าง Michael Myers โดยภาคต่อนี้จะมีเรื่องราวภาคต่อจาก Halloween (2018) G.I.Joe : Snake Eyes จากจักรวาล G.I.Joe ที่นำเรื่องราวของตัวลำครนินจาชุดดำผู้ไม่เคยปริปากใดๆ มาสร้างเป็นหนังภาคแยก เพื่อเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดของตัวละคร Snake Eyes ที่ได้ตัว Henry Golding มารับบท

.

Eternals

Eternals หนังรวมทีมซูเปอร์ฮีโร่พลังเทพใหม่ยกชุดจาก Marvel Studio ที่จะเข้ามาร่วมอยู่ในเฟส 4 ของจักรวาล Marvel เป็นหนังที่แฟนๆ ให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นภาคที่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของจักรวาลเลยก็ว่าได้

เหล่า Eternals เป็นซูเปอร์ฮีโร่อมตะที่มีภูมิปัญญาสูงสุด มีพลังเปรียบดั่งเทพเจ้า และอาศัยอยู่บนโลกมากว่า 7 พันปีแล้ว หลังจากเหตุการณ์ใน Avengers Endgame ก็ได้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นจนทำให้พวกเขาต้องปรากฏตัวเพื่อรวมพลังกันต่อสู้กับเหล่า Deviants นำแสดงโดย Angelina Jolie, Salma Hayek, Richard Madden, Kit Harington ฯลฯ กำกับโดยผู้กำกับหญิงชาวปักกิ่ง Chloe Zhao

 

F9

Fast & Furious 9 หนังแฟรนไชส์รถแข่งฟอร์มยักษ์ ที่ภาคล่าสุดนี้มีบางส่วนถูกถ่ายทำทางภาคใต้ของประเทศไทย เราจะได้พบกับนักแสดงหลักหน้าเดิมอย่าง Vin Diesel และ Michelle Rodriguez โดยในภาคที่ 9 จะเป็นเหตุการณ์ที่ต่อจากภาคแยก Hobbs & Shaw

 

Mission: Impossible 7

ภาคหลังๆ ของแฟรนไชส์ Mission Impossible สร้างปรากฏการณ์และทำลายสถิติในทุกด้าน บวกกับผลตอบรับที่ดีเยี่ยมมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ผู้สร้างตัดสินใจเดินหน้าโปรเจ็กต์ Mission: Impossible 7 และ Mission: Impossible 8 ต่อทันที แต่ต้องระงับการถ่ายทำในช่วงล็อกดาวน์ ทำให้จากเดิมที Mission: Impossible 7 มีกำหนดการฉายในช่วงเดือนกรกฏาคม 2021 และ Mission: Impossible 8 ที่ถ่ายทำควบคู่กันไปนั้นจะฉายในเดือนพฤศจิกายน 2021 แต่ด้วยความล่าช้าในการถ่ายทำจากสภาวะโรคระบาด ทำให้ล่าสุด Mission: Impossible 7 ถูกเลื่อนฉายไปเป็นเดือน พฤศจิกายน 2021 ส่วน Mission: Impossible 8 นั้นจะเลื่อนไปพฤศจิกายน ปี 2022 แทน หนังน่าดู

 

Spider-Man

หนังภาคต่อของ Spider-Man: Far Form Home ที่ยังไม่มีการประกาศชื่อภาคอย่างเป็นทางการออกมา โดยผู้รับบท Spider-Man ก็ยังคงเป็น Tom Holland ดูหนังไทย