สวนสไตล์ญี่ปุ่น
สวนสไตล์ญี่ปุ่น

สวนสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีอิทธิพลจากสวนจีน ความเป็นมาของสวนญี่ปุ่น รูปแบบของสวนญี่ปุ่น และองค์ประกอบของสวนญี่ปุ่น วิธีจัดองค์ประกอบ

ความเป็นมาของสวนญี่ปุ่น ออกแบบบริเวณบ้าน

ความเป็นมาของสวนญี่ปุ่นมาจากที่สวนญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลจากสวนจีนมาพร้อม ๆ กันกับการเข้ามาของศาสนาพุทธ ในช่วงศตวรรษที่ 6 มีพระภิกษุญี่ปุ่น 2 รูป จาริกไปศึกษาในดินแดนจีนและกลับมาตั้งลัทธิใหม่ 2 ลัทธิคือ Shingon และ Tendi ซึ่งเป็นศาสนาพุทธแบบมหายานลัทธิทั้งสองนี้เน้นทางปฏิบัติโดยให้ผู้ปฏิบัติธรรมหาที่วิเวกเข้าสู่ความเงียบของธรรมชาติทำสมาธิเพื่อให้เกิดสติปัญญา การจัดสวนในญี่ปุ่นจึงมีจุดเริ่มต้นจากวัดเช่นเดียวกับการเกิดขึ้นของสวนจีน จากนั้นจึงแผ่ขยายเข้าไปในวังและบ้านคหบดีในเวลาต่อมา ในศตวรรษที่ 12-15 การเข้ามาของลัทธิ Zen ในญี่ปุ่นทำให้เกิดสวน อีกประเภทที่เรียกว่า Dry Garden (kare sansui) มีลักษณะเป็นสวนแบบ Minimalism ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อให้เอื้อต่อการทำสมาธิ สวน Zen จึงเป็นสวนที่มีองค์ประกอบน้อยมากแสดงให้เห็นแก่นแท้ของธรรมชาติ สวนมีลักษณะเป็นลานกรวดที่มีต้นไม้น้อยที่สุดเพื่อให้เห็นผิวสัมผัสของหินว่าอาจปกคลุมด้วยตะไคร่หรือมอส แนวคิดในการออกแบบจึงเป็นการหยิบส่วนประกอบที่ไม่จำเป็นต่างๆออกไป

 

รูปแบบของสวนญี่ปุ่น

1. บ่อน้ำ สระน้ำ เกาะ และเนินดิน การเล่นระดับของเนินดิน แหล่งน้ำมา จากน้ำพุใต้ดินหรือแหล่งน้ำใกล้เคียง มีการหมุนเวียน ของน้ำ

2. มีลำธารและทางน้ำที่คดเคี้ยวไปในกลุ่มต้นไม้และหุบเขา ตื้นเพื่อให้เห็น คลื่นที่เกิดจากการไหลของน้ำผ่านไป บนก้อนหินที่ท้องน้ำ

3. การใช้หิน ตามสภาพธรรมชาติดั้งเดิม แต่มีการเลือกรูปทรง สีผิง ขนาด และการจัดกลุ่มที่มีความหมาย

4. แผ่นทางเดินหิน เกิดจากพิธีชงชาในศตวรรษที่ 17 เพื่อเดนอย่างสำรวมไปยังห้อง หรื ศาลาชงชา

5. สะพานข้ามทางน้ำ อาจเป็นหินแผ่นเรียบแผ่นเดียวหรือสะพานไม้โค้ง หรือสะพานแผ่นหินวางห่างเป็นระยะ ตามจังหวะการก้าวเท้า

6. ลวดลายกรวด

7. ตะเกียงหิน ส่วนใหญ่เป็นหินอกรนิต ใช้ตกแต่งและให้แสงสว่างในพิธีชงชา

8. รั้ว และการตัดแต่งต้นไม้เป็นรั้ว

 

การจัดสวนญี่ปุ่นเป็นศิลปะและความรู้อย่างมากมายแต่ละยุคแต่ละสมัย จะมีแผนการตกแต่งที่แน่นอนมาตรฐานมีความหมายอันลึกซึ้ง เป็นศิลปการตกแต่งที่สูงค่าแต่การเรียงก้อนหิน มีลักษณะที่แน่นอน เช่น แบบไหนชื่ออะไรจะต้อง การจัดสวนญี่ปุ่นนิยมจัด ตั้งแต่ในพื้นที่เล็ก ๆ แคบ ๆ ตัวอย่าง สวนถาดไปจนถึงพื้นที่กว้างขวาง ตัวอย่างเช่น ในอุทยานหรือพระราชวัง ในประเทศญี่ปุ่นแม้พื้นที่บริเวณซอกแคบ ๆ ของอาคารหรือใต้บันไดบ้าน ญี่ปุ่นก็พยายามจัดให้เป็นสวนทุกหนทุกแห่งจะมีสวนประดับอยู่ทำให้กลายเป็นสวนขนาดใหญ่ทั่วประเทศ

 

ประเภทของสวนญี่ปุ่น

สวนญี่ปุ่นแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
1. สวนภูเขา เป็นสวนที่ลอกเรียนแบบธรรมชาติ
2. สวนในที่ราบ เป็นสวนแห่งการสมมุติ
3. สวนน้ำชา เป็นสวนที่นำลักษณะเด่นของสวนภูเขาและสวนที่ราบมาผสมกัน

 

 

สวนในที่ราบ

เป็นสวนที่จัดขึ้นบนพื้นที่ราบ ปราศจากภูเขา/เนินดิน และสระน้ำเป็น เครื่งตกแต่ง สวนนี้เหมาะกับ บริเวณที่มี พื้นที่จำกัด เพราะไม่นิยม ปลูกต้นไม้มาก จะมีบ้างก็น้อยต้น ถ้าเป็นต้นใหญ่ มักจะมีกิ่งก้านโปร่ง ส่วนไม้พุ่มจะตัด แต่เป็นพุ่มกลม ให้กลมกลืนกับก้อนหิน สวนแบบนี้ เดิมทีเดียว นิยมจัดใน บริเวณลานวัด ซึ่งมีกำแพงเป็นฉากหลัง แต่ต่อมาได้มี ผู้นำแบบอย่างไป จัดในบริเวณบ้าน หรือที่พักอาศัย อย่างกว้างขวาง
สวนในที่ราบ จัดแต่งตามแนวคิด ของพระสงฆ์ใน ศาสนาพุทธ นิกายเซน ซึ่งยึดมั้นใน ความสงบสันโดษ เป็นสวนแบบจินตนาการ หรือเป็น สวนแห่งการสมมุติ เคลือบแฝงด้วย ปรัชญา ผู้จัดจะต้องใช้ จินตนาการใน การวางก้อนหิน ในการปลูกต้นไม้ และในการวาดลวดลาย ลงบนพื้น ทราย หรือกรวด ให้มองแล้ว เหมือนลูกคลื่นหรือ ระลอกน้ำในทะเล หรือในมหาสมุทร สวนในที่ราบ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

1. สวนแบบเขียวชอุ่ม 
2. สวนแบบพื้นที่แห้ง

สวนในที่ราบแบบเขียวชอุ่ม (Evergreen gardens)

ประกอบด้วยพื้นที่รายเรียบ ปกคลุมด้วยหญ้าหรือมอสสีเขียวขจีสมมุติว่าเป็น “น้ำ” อาจเป็นทะเลหรือมหาสมุทร มีต้นไม้และก้อนหิน รวมกันเป็นกลุ่ม ๆ สมมุติว่าเป็น “เกาะ” ต้นไม้ใหญ่มีน้อยต้น และมักจะมีกิ่งก้านโปร่ง ส่วนพุ่มมัก จะตัดแต่งให้เป็น รูปทรงกลม เพื่อให้กลมกลืนกับก้อนหิน ส่วนประกอบอื่น ๆ ได้แก่ ตะเกียงหิน อ่างน้ำ แผ่นทางเดิน มีรั้วลักษณะโปร่งเป็นฉากหลัง เพื่อใช้ประดับ และแบ่งขอบเขตของสวน บางแห่งอาจ มีบ่อน้ำซึ่งแต่เดิมมีไว้ใช้ เพื่อประโยชน์ใช้สอย
สวนในที่ราบแบบนี้ นิยมจัดไว้ที่ มุมใดมุมหนึ่งใกล้ ๆ เรือนน้ำชาหรือบ้านพักเพื่อใช้น้ำในอ่างล้างมือ ล้างหน้าหรือล้างเท้า ก่อนขึ้นบ้าน แต่ในปัจจุบันมิได้ใช้ประโยชน์เพียงแต่มีใว้เพื่อเป็นการประดับเท่านั้น

 

สวนในที่ราบแบบแห้ง (Dry landscape gardens)

สวนชนิดนี้ สร้างตามปรัชญาของนักบวช นิกายเซน ในบริเวณลานวัดเพื่อทำสมาธิ พิจารณาความสงบทางจิต เพ่งพิจารณา รูปธรรม (สิ่งที่มีรูป) ของสรรพสิ่งที่มีชิวิต หรือสิ่งที่ไร้วิญญาณมาสู่นามธรรม(สิ่งที่ไม่มีรูป รู้ได้ทางใจ)
สวนแบบนี้มี พื้นที่ราบเรียบโรยด้วย ทรายหรือกรวด สมมุติว่าเป็น “น้ำ” และมีก้อนหินวางไว้เป็นกลุ่ม ๆ สมมุติว่าเป็น “เกาะ” มีกำแพงหรือบ้าน เป็นฉากหลังกรวดหรือทรายที่ราบเรียบอาจใช้ไม้ปลายแหลมขีดเป็นเส้นโค้งไปมาเหมือนลูกคลื่นหรือระรอกน้ำ ห่างกันบ้าง ชิดกันบ้าง บางเส้นกระทบกับก้อนหิน เมื่อมองดูแล้วจะเกิดความรู้สึกว่า มีเกาะหรือโขดหินโผล่ขึ้นมาจาก ทะเลหรือมหาสมุทร ข้อสังเกตของสวนแบบนี้คือ ไม่มีต้นไม้เป็นส่วนประกอบ และปราศจากน้ำ ซึ่งแม้แต่สักหยดเดียวก็ไม่มี

 

 

การใช้น้ำเป็นส่วนประกอบในส่วนญี่ปุ่น

1. น้ำตก เป็นจุดเด่นสำคัญของสวนภูเขา น้ำตก

2. ลำธาร เป็นทางน้ำตื้น ๆ ไหลผ่าน

3. สระน้ำ ลักษณะรูปร่างเป็นแบบธรรมชาติ จะไม่ปรากฏรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม หรือ วางแสดงให้เห็นว่า

4. น้ำพุ น้ำพุในสวนญี่ปุ่นเป็นน้ำพุที่ไหลริน ๆ เหมือนบ่อน้ำร้อน

5. บ่อน้ำ ในการจัดสวนญี่ปุ่นอาจจัดให้มีบ่อน้ำอยู่ในบริเวณสวนด้วย รูปร่างของบ่อน้ำจะเป็นรูปเหลี่ยมหรือรูปกลมก็ได้

6. หิน หินสำหรับประดับภายในสวนจะคัดเลือกรูปทรงและสีเป็นพิเศษ 

รูปแบบของสวนญี่ปุ่น 

1.Tsukiyama (สวนเนินเขา) 
เป็นสวนลอกเลียนแบบลักษณะของธรรมชาติมาไว้ในที่จำกัด  เช่นการสร้างตัวแทนของภูเขาไฟฟูจิ และความเขียวขจีโดยรอบ อย่างภูเขา เนินดิน ทะเลหรือลำธาร การจัดสวนแบบสวนเนินเขาจึงให้มิติทางประสาทสัมผัสได้หลากหลายกว่าแบบอื่นๆ เหมาะที่จะนำมาประยุกต์ใช้จัดสวนญี่ปุ่นในเมืองไทยได้ เพราะมีความยืดหยุ่นและสามารถดัดแปลงทั้งในเรื่องการจัดหาต้นไม้หรือองค์ประกอบอื่นๆมาใช้ให้ได้รูปแบบที่ใกล้เคียงกันได้

2. Karesansui (สวนเซน)

สวนเซนเป็นที่รู้จักกันว่าเป็น ‘สวนแห้ง’ หรือ ‘สวนหิน  มีแนวคิดในการยึดมั่นซึ่งสงบสันโดษ เป็นสวนแบบจินตนาการ หรือการสมมุติ ที่แฝงไว้ด้วยปรัชญาเชิงนามธรรม จึงเน้นความเรียบง่าย สงบ มากกว่าแบบอื่น เน้นการตีความจากสิ่งที่มองเห็นและสัมผัส มีลักษณะภูมิทัศน์แบบแห้งที่ต่างออกไปจากสวนตามประเพณี  จะไม่เลือกใช้ของที่เป็นธาตุน้ำใดๆ จะเลือกใช้พืชพันธุ์สีเขียวให้น้อยที่สุด  เหมาะกับบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด เพราะไม่นิยมปลูกต้นไม้มากหลายต้น  อาจจะมีตะไคร่น้ำหรือพืชขนาดเล็ก โดยสีเขียวของพืชพันธุ์อาจจะถูกจัดให้บดบังไว้ด้วยหิน โดยใช้แนวทางการลดทอนรายละเอียดต่างๆ จนเหลือแต่แก่นแท้ของสวนนั้น

3.Chaniwa (สวนน้ำชา)
เอกลักษณ์โดดเด่นอีกสิ่งหนึ่งของสวนญี่ปุ่น นั้นก็คือ สวนน้ำชา ในประเทศญี่ปุ่นจะมีการแยกห้องชงชาออกจากตัวบ้านมาอยู่ติดกับสวนน้ำชา รูปแบบของสวนน้ำชาจะมีความถ่อมตัว มีความเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ  โดยนำลักษณะเด่นของสวนภูเขาและสวนเซนมาจัดให้ผสมผสานกัน มีทั้งต้นไม้ใหญ่และสวนพื้นหิน ในสวนน้ำชาจะมีรั้วด้านนอกเพื่อแสดงขอบเขต  มีทางเดินเข้าสู่เรือนน้ำชาที่จะปูด้วยหินสกัดแบนหรือเขียงไม้ วางห่างกันให้พอดีกับช่วงก้าวเดิน เป็นการป้องกันไม่ให้เหยียบต้นหญ้าอันบอบบางของสวน ผู้ที่เข้าจะต้องมีสติและมีสมาธิอย่างเต็มเปี่ยม เพื่อเตรียมตัวและจิตใจเข้าสู่พิธีการชงชาที่แสนสงบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *