[รีวิว] Shadow – จอมคนกระบี่เงา เตรียมต้อนรับความมันส์เเละวิจิตรงานสร้าง

[รีวิว] Shadow - จอมคนกระบี่เงา เตรียมต้อนรับความมันส์เเละวิจิตรงานสร้าง

หนัง Shadow หรือชื่อไทยว่า จอมคนกระบี่เงา เตรียมต้อนรับความมันส์เเละ วิจิตรงานสร้าง ของภาพยนตร์เรื่อง จอมคนกระบี่เงา จากงานกำกับของ จาง อี้ โหมว ผู้กำกับชาวจีนชื่อดังที่เหล่า ยุทธจักรจอมยุทธ ต่างให้การคารวะ โดยเนื้อหาของเรื่องจะเกิดขึ้นในยุคสามก๊ก ช่วงเวลาที่สับสนวุ่นวายที่สุดช่วงหนึ่งในแผ่นดินจีน เป็นเรื่องราว “เงา” บุคคลไร้ตัวตน ผู้ถูกกักขังเลี้ยงดูอยู่ในคุกใต้ดินตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เพื่อให้เขาเป็นตัวตายตัวแทนของขุนพลใหญ่ แต่โชคชะตากลับพลิกผัน เมื่อเขาไม่ต้องการจมปลักอยู่ในความมืดมิด จึงลุกขึ้นสู้ เพื่อหวังทวงคืนสู่อิสรภาพ!!

หนังจากยอดผู้กำกับแห่งเมืองจีนอย่าง จาง อี้โหมว ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจนในงานด้านภาพและดนตรีประกอบ ซึ่งแต่ละเรื่องของเฮียแกก็ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมมากๆ ในสองจุดนี้ และนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่หลายสำนักต่างบอกว่า เป็นงานภาพที่ดีที่สุดที่ จาง อี้โหมว เคยทำมาเลยทีเดียว

Shadow ว่าด้วยเรื่องของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ต้องเป็นเงาให้กับแม่ทัพ คือปลอมตัวเป็นขุนศึกยอดนักรบ และกระทำทุกอย่างแทนตัวจริง เนื่องด้วยตัวจริงกำลังเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ โดยร่างเงาต้องทนทุกแรงกดดันจากศัตรูหรือแม้กระทั่งพันธมิตร

ต้องบอกเลยหนังเรื่องนี้ไม่ได้เหมาะกับทุกคน มันเป็นหนัง Slow Burn แบบสุดๆ เพราะหนังมีการดำเนินเรื่องที่เนิบมาก ช้ามาก มากถึงมากที่สุด ใครอดหลับอดนอน หรือกินอิ่มๆ ไปดูนี่คุณสามารถหลับในโรงหนังได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย และอย่าเข้าใจผิดว่ามันเป็นหนังแอ็คชั่น เพราะมันไม่ใช่เลย หนังเรื่องนี้เป็นหนังดราม่า แฝงปรัชญา และแนวคิด การนำเสนอของหนังต่างหาก

เริ่มจากสิ่งที่สุดและชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้ เลยคือ เอกลักษณ์ในการทำภาพของผู้กำกับเรื่องนี้นี่แหละ จะบอกว่างานภาพของเขาก็คือผลงานศิลปะดีๆ สักชิ้นเลยก็ไม่ผิด เพราะภาพในเรื่องนี้เป็นการผสมผสานการใช้แนวพู่กันจีนเข้าไปงานภาพได้อย่างลงตัว การคุมโทนสีที่เกี่ยวข้องกับเนื้องเรื่องอย่างลงตัว และจริงๆ เรื่องนี้ไม่ใช่ภาพขาวดำแต่อย่างใด แต่เปรียบเสมือนสีที่ไม่มีสีต่างหาก แต่ยังคงสีผิวเอาไว้ ซึ่งแต่ละฉากมันงดงามเสียหลือเกิน รองลงมาคือเรื่องเพลงประกอบ ที่ใช้เสียงพิณทำ รู้สึกมันเข้ากั๊นเข้ากันกับหนังในทุกๆ ฉาก รวมทั้งมันยังส่งผลกับอารมณ์ของหนังในแต่ละฉากได้เป็นอย่างดี

หนังเรื่องนี้ไม่พยายามทำตัวเองให้เป็นหนังฮอลลีวูดจ๋า หลังจากที่ตัว จาง อี้โหมว เคยทดลองทำมาแล้วในหนังก่อนหน้านี้ (ที่โดนด่าเละ) ในเรื่อง The Great Wall ซึ่งไอ้เรื่องนั้นเน้นแอ็คชั่นแบบสุดโต่งเลย พอมาเรื่องนี้ก็เหมือนได้กลับมาทำงานที่ตัวเองถนัดอย่างที่เคยทำสำเร็จมา หนังดำเนินเรื่องได้ตรงไปตรงมา เล่าตั้งแต่ต้นจนจบแบบไม่หลุดประเด็น หนังปูเรื่องทุกอย่างและถูกร้องเรียงตั้งแต่ต้นจนจบออกมาได้เป็นอย่างดี ทั้งไหลลื่นและงดงาม

ปัญหาคือหนังมันเล่าเรื่องได้อย่างน่าชวนหาวแบบสุดๆ เพราะมันทั้งปูเรื่องยาว เล่าเรื่องอย่างนาบๆ ยืดๆ และหนังต้องเก็บรายละเอียดเยอะพอสมควร เนื้อเรื่องไม่ได้เข้าใจง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไป ถ้าคุณพลาดอาจจะดูหนังไม่รู้เรื่องเลย และอารมณ์ของตัวละครที่อาจดูไม่ต่อเนื่อง โดดๆ ไปบ้าง ซึ่งมันสงผลให้ขัดอารมณ์คนดูพอสมควร

สรุป หนังเหมาะสมหรับคนชอบหนังแนวดำเนินเรื่องช้าๆ เหมือนเดินเสพงานศิลป์ตามหอศิลป์ต่างๆ ค่อยๆ ซึมซับทีละนิดละหน่อย แต่ถ้าคุณชอบหนังฮอลลีวูด แอ็คชั่น หวังจะได้เห็นการต่อสู้ฟาดฟัน และดำเนินเรื่องเร็วๆ เราแนะนำว่าให้ผ่านเรื่องนี้ไปดีกว่า ที่มา 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *