[รีวิว] หนังแอ็คชั่น The Beast – ปิดโซลล่า ปิดเมืองจับตายอาชญากร

[รีวิว] หนังแอ็คชั่น The Beast - ปิดโซลล่า ปิดเมืองจับตายอาชญากร

[รีวิว] หนังแอ็คชั่น The Beast ก่อนอื่นขอพูดถึงชื่อหนังแปลไทยก่อนเลย “ปิดโซลล่า” ชื่อยังกะหนังแอ็คชั่นปิดเมืองจับตายอาชญากรยังไงยังงั้น ชวนให้เข้าใจผิดว่ามันต้องเป็นหนังไล่ล่าดุเดือดแน่ๆ แต่มันไม่ใช่ไงโว้ยยย มันคือหนังตำรวจ สืบสวนสอบสวน ดราม่าโว้ยยยย

เรื่องย่อหนัง

หนัง หรือชื่อไทยว่า ปิดโซลล่า ในโซลเกิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสุดโหดที่ยังไม่สามารถจับฆาตกรมาลงโทษได้ เหยื่อฆาตกรรม ทุกคนล้วนแต่มีอาชีพที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตำรวจนักสืบฮันซูได้รับมอบมายให้เข้าร่วมในชุดสืบสวนของคดีนี้ โดยมีคู่แข่งอย่าง มินเต ที่ตั้งทีมสืบสวนขึ้นมอีชุดเพื่อตามล่าฆาตกรตัวจริง ให้ได้ และยิ่งสืบเข้าใกล้ตัวคนร้ายมากเท่าไหร่ กลับมีเหยื่อฆาตกรรม สังเวยชีวิต มากยิ่งกว่าเดิม ใครกันแน่ คือสัตว์ร้าย ฆาตกร ตัวจริง ?

ปิดโซลล่า เป็นเรื่องราวของการตามหาฆาตกรรายหนึ่งที่ยังไม่สามารถหาตัวจับได้ จึงจัดตั้งชุดสืบสวนขึ้นมาสืบคดีนี้หาตัวคนร้ายมาลงโทษให้จงได้ โดยมีเดิมพันเป็นตำแหน่งหัวหน้าหน่วยคนใหม่ เลยทำให้ 2 ตำรวจบิ๊กเนมแห่งวงการตำรวจต้องมาชิงดีชิงเด่นหาตัวคนร้ายมาให้เร็วที่สุด แต่ยิ่งสืบคดีไปมากเท่าไหร่ สัตว์ร้ายในตัวก็ใกล้จะออกมาทุกที!

เห้ย ตอนแรกคิดว่าเป็นหนังตำรวจจับผู้ร้าย สืบสวนสอบสวนธรรมดา แต่มันไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้มันเป็นหนังตำรวจที่ไม่ใช่หนังแอ็คชั่นนะ มีแอ็คชั่นแหละ แต่น้อย น้อยมาก เบาบางมาก มันคือหนังตำรวจ ดราม่า ประเด็นเดือด เข้มข้นสุดๆ และถึงแม้มันจะไม่ได้แอ็คชั่นจ๋า แต่มันก็ไม่ได้น่าเบื่อเลย มิหนำซ้ำหนังยังน่าติดตามโคตรๆ อีกต่างหาก

ก่อนที่จะดูหนังเรื่องนี้ต้องมีสติสักหน่อย 555 หนังมีรายละเอียดเยอะมาก ทั้งตัวละคร พล็อตหลัก พล็อตรอง ถ้าสมาธิคุณหลุดอาจจะมีงงๆ หน่อย ขนาดเราไปนั่งดูและตั้งใจดูละนะ ยังงงๆ และสงสัยในบางจุด แต่ก็พอจับประเด็นได้ทันอยู่บ้างแหละ

อย่างที่บอกหนังมันมีรายละเอียดเยอะมากแต่มันแบ่งน้ำหนักออกมาได้ดีมาก พล็อตหลักกับการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นระหว่าง 2 นายตำรวจที่เข้มข้น ดราม่า มีการสืบคดีที่ดูดิบ เถื่อน อาจไม่ได้ซับซ้อนอย่างหนังสืบสวนสอบสวนทั่วไป แต่มันมีความเข้มข้นของมันอยู่ และหนังเสริมมาด้วยพล็อตรองที่น่าสนใจไม่แพ้พล็อตหลัก แถมยังไม่แย่งประเด็นกัน มันเหมือนเป็นตัวเสริมที่ทำให้หนังมันดราม่ามากขึ้น เข้มข้นมากขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็ตาม มันยังมีอีกหลายอย่างที่หนังไม่ได้บอกเอาไว้อย่างแน่ชัด (มีกล่าวถึงบ้างแต่ไม่ลงรายละเอียด) ถึงปูมหลังและความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆ

ชอบที่หนังมีการเล่นประเด็นสังคมถึงการเข้ามามีอยู่ของชาวต่างชาติในประเทศเกาหลี และมาทำให้ประเทศเขาเสื่อมเสีย มีฉากนึงที่ในหนังบอกว่า “แหล่งรวมตัวของขยะ” ซึ่งจะไม่ขอลงรายละเอียดเยอะมาก ลองไปดูกันในหนังดีกว่า สะท้อนอะไรได้ดีจริงๆ รวมถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของวงการตำรวจ ที่จริงหรือเปล่าเราก็ไม่มีทางรู้หรอก แต่เล่นประเด็นนี้ได้ดีมากๆ กับการปกปิดหลักฐานนู่นนี่นั่นจนมันจะสะท้อนไปหาชื่อเรื่องว่า The Beast และกลับมาตั้งคำถามกับคนดูว่า “สุดท้ายใครกันแน่คือสัตว์ร้าย?” “ตำรวจตามจับสัตว์ร้าย หรือสัตว์ร้ายไล่จับกันเอง?”

จุดที่ทำให้หนังดุเดือดขนาดนี้ก็คงต้องขอชื่นชมสองนักแสดงหลักของเรื่องเลย เริ่มตั้งแต่ Sung Min Lee ในบท Jeong Han Soo ที่แสดงให้เราได้เห็นความดุเดือดและพัฒนาการของตัวละครในภาวะจิตหลุดนี้ได้อย่างดีมากๆ ตามมาด้วย Jae Myung Yoo ในบท Han Min Tae ตำรวจคู่แข่งที่มาประชันบทบาทกันได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ เรียกได้ว่าทั้งคู่ส่งผลต่อหนังแบบสุดๆ

สรุปแล้ว The Beast คือหนังตำรวจ สืบสวน สอบสวน ดราม่าเข้ม ประเด็นข้นแบบสุดๆ และย้ำอีกครั้งว่ามันไม่ใช่หนังแอ็คชั่นนะ ถ้าใครชอบหนังแนวนี้ คงไม่ผิดหวังกับเรื่องนี้แน่นอน อ่านต่อ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *