รีวิวหนัง The Hunger games : MockingJay part 2 บทสรุปของเกมส์ล่าชีวิต

The Hunger games : MockingJay part 2 บทสรุปของเกมส์ล่าชีวิต นับเป็นเวลานานหลายปีกว่าจะดำเนินมาถึงบทสรุปของภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายชุดชื่อดังเรื่อง The Hunger games ที่มีทั้งหมด 3 เล่มด้วยกัน ส่วนในหนังสือเล่มสุดท้าย MockingJay แบบฉบับของภาพยนตร์นั้นได้แบ่งออกเป็น 2 พาร์ทด้วยกัน เนื้อเรื่องของหนังต้องการจะสื่อถึงการแบ่งชนชั้นและการใช้ความรุนแรง โดยจะแบ่งเมืองออกเป็น 12 เขตด้วยกันซึ่งทั้ง 12 เขตนั้นการใช้ชีวิต ฐานะ ชนชั้น ก็จะไม่เท่าเทียมกัน ทุกๆ ปีจะมีการจัดการแข่งขันเกมส์ล่าชีวิต โดยนำตัวแทนเขตชาย-หญิง 1 คู่ จากทั้ง 12 เขตมาฆ่าฟันกันเองโดยจะมีผู้รอดชีวิตเพียงแค่ 1 คนเท่านั้น

รีวิวหนัง The Hunger games : MockingJay part 2 บทสรุปของเกมส์ล่าชีวิต

โดยภาค MockingJay part 2 จะเป็นเนื้อเรื่องที่บ่งบอกถึงบทสรุปของหนัง หลังจากที่กลุ่มกบฎได้ก่อตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นเขต 13 เพื่อต่อกรกับชาวเมืองหลวงแคปปิตอล โดยใช้ แคทนิส เอเวอร์ดีน

รับบทโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ผู้พิชิตเกมส์ล่าชีวิตปีล่าสุดให้มารับหน้าที่เป็น “ม็อกกิ้งเจย์” เป็นสื่อกลางในการโน้วน้าวให้ทุกเขตมาเข้าร่วมกับเขต 13 เพื่อต่อการกับ ปธน.สโนว์ ผู้นำแห่งชาวพาเน็ม

ภาคนี้จะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของม็อกกิ้งเจย์ และบทสรุปความรักของแคทนิส

ต้องบอกก่อนเลยว่าตัวผมไม่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้เลยจะมารีวิวในแบบฉบับของหนังอย่างเดียว ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าภาคนี้นั้นสนุกกว่า MockingJay part 1 ที่ฉายไปเมื่อปีก่อนเนื่องจากภาคก่อนนั้นค่อนข้างน่าเบื่อ

เป็นการต่อสู้กันไปมาด้วยคำพูด เหมือนเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่จะมาต่อสู้กันจริงๆในภาคนี้ ในภาคนี้จะเพิ่มในเรื่องของการสูญเสียเข้ามา เริ่มมีตัวละครตาย เหมือนได้ดึงความเป็นเกมส์ล่าชีวิตในภาคแรกๆ

กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่พาร์ท 1 นั้นค่อนข้างต่างจากภาคแรกๆ แต่ภาคนี้ก็ยังดูดรอปกว่าภาคแรกๆ เนื่องจากตัวหนังดำเนินเรื่องค่อนข้างน่าเบื่อในช่วงต้นเรื่องไปนิด ซึ่งบางคนอาจจะหลับได้เลย

พอมาถึงฉากที่เริ่มมีคนตายก็จะมาแบบไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียว

บางทีเรายังไม่ทันเห็นว่ามีใครตายฉากไหนบ้าง เรียกได้ว่าปรับอารมณ์แทบจะไม่ทัน ตัวหนังก็ยังคงดำเนินเรื่องแบบเนิ่บๆ ยันบทสรุปของเรื่อง ซึ่งได้ปิดตำนานเรื่องราวทั้งหมดได้ดี

แต่ความรู้สึกของคุณดูมันรู้สึกเหมือนกับมันดูค้างคายังไงก็ไม่รู้ และรู้สึกว่ายังไม่สุดทั้งแอคชั่นรวมถึงบทดราม่า จะมีเพียงตัวนักแสดงฝีมือการเล่นดีอย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ สำหรับผม

ถ้าให้เทียบกันกับภาคก่อนๆ ภาคทำได้ไม่ดีเท่าภาค 1 และภาค 2 แต่ก็ไม่แย่เท่ากับ Mockingjay part 1 ส่วนตัวผมคิดว่าภาค 3 นี่ถ้าไม่แบ่งต้องพาร์ทอาจจะออกมาดีกว่านี้ก็ได้นะ

ที่มา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *