รีวิวหนัง Gravity หนังอวกาศ 2 นักแสดงอย่าง จอร์จ คลูนี่ย์ และ แซนดร้า บูลล็อค

รีวิวหนัง Gravity เป็นหนัง อวกาศ ที่มีปัญหาทั้งในด้านของการถ่ายทำ และ นักแสดง ที่ต้องคัดเลือกนักแสดงให้มาเล่นกันอย่างยาวนาน แต่ก็ไม่มีใครยอมมาเล่น จนกระทั่งมาลงเอยกับ 2 นักแสดงอย่าง จอร์จ คลูนี่ย์ และ แซนดร้า บูลล็อค ในหนังอวกาศทุนสร้าง 80 ล้านเหรียญ ของผู้กำกับ อัลฟรองโซ่ คัวรอน จาก Children of Men ใน Gravity

Gravity ? กราวิตี้ มฤตยูแรงโน้มถ่วง เป็นเรื่องราวของแม็ต โควอลสกี้? (จอร์จ คลูนีย์) กับ ดร. ไรอัน สโตน? (แซนดร้า บูลล็อค) ที่ต้องออกไปทำภารกิจในห้วงชั้นอวกาศนอกโลก เรื่องราวจะเป็นอย่างไร พวกเขาจะสามารถมีชีวิตรอดกลับบ้านหรือไม่ ติดตามได้วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

ผู้กำกับ อัลฟรองโซ่ คัวรอน มักจะรู้จักกันดีในนามของผู้กำกับที่ได้ชื่อฉายาว่าเป็นคนที่ทำฉากการถ่ายลองเทค ออกมาได้น่าตื่นตา และ มีศิลปะ เช่น ฉากขับรถก่อนเจอวิกฤติใน Children of Men ที่เป็น ลองเทค ความยาวเกือบ 4 นาที แต่นั้นดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่เรื่องเด็กๆเสียแล้ว เมื่อหนังเรื่องใหม่ของเขาอย่าง Gravity

มีฉากลองเทค เปิดตัวหนังยาวนานเกือบ 15 นาที โดยฉากนั้นก็ถือว่าเป็นการเปิดตัวโลกในอวกาศออกมาได้อย่างสวยงาม น่าตื่นตา แบบที่หลายๆคนฝันถึง ก่อนที่มันจะนำพามาซึ่งฝันร้าย

เมื่อมีเศษซากชิ้นส่วนของสถานีอวกาศที่พังแล้ว มาพุ่งชนใส่สถานีอวกาศที่พระนางทั้ง 2 กำลังซ่อมแซมอยู่ ก่อนที่หลังจากนั้นตัวหนังจะแสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของ อวกาศ ที่เต็มไปด้วยความเงียบ ว่างเปล่า และ ไร้ทางออก ไม่ใช่สถานที่เที่ยวแบบที่ใครหลายคนเคยฝันไว้

โดยบนความเงียบ และ ว่างเปล่า นั้น ผู้กำกับ อัลฟรองโซ่ คัวรอน สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่ในการพยายามถ่ายทอดฉากระทึกกดดัน และทำให้คนดูลุ้นจนตัวโก่งแบบไม่ต้องคิดชีวิต

ผ่านการดิ้นรนหนีตายของตัวละคร แซนดร้า บูลล็อค และ จอร์จ คลูนี่ย์ ซึ่งแต่ละฉากนั้นนอกจากจะน่าตื่นตาจนอ้าปากค้าง ยังมี วิชวล เอฟเฟ็กต์ ที่สวยงาม น่าจับตา

พร้อมกับมิติการถ่ายภาพรูปแบบอวกาศทั้งในมุมที่สวยงาม และ น่ากลัว พร้อมพยายามสื่อความหมายด้วยภาพอีกหลายๆฉาก ซึ่งนับว่าเป็นมิติใหม่ของหนังอวกาศ ที่สามารถทำออกมาได้เทียบชั้นกับ 2001 Space odyssey

เช่นเดียวกับทางด้านดนตรีประกอบโดย สตีเว่น ไพรส์ ที่สามารถทำให้ตัวหนังทั้งลุ้นระทึกจนตัวเกร็ง และ มีมุมความเหงา สิ้นหวัง ที่น่าจับใจไปในขณะเดียวกัน ซึ่งรวมไปถึงด้านของประเด็นเรื่องการปล่อยวางในตัวหนัง

ที่สามารถรวบยอดเข้ากับเนื้อเรื่องได้อย่างไม่ยัดเยียด เข้ากับตัวบทที่ปูมิติทั้งด้านครอบครัว และ ตัวละคร ในทีแรกเช่นเดียวกัน โดยภาพ 3D ของตัวหนังก็ถือว่าเป็นอีกเครื่องมือที่ตัวภาพยนตร์สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้เต็มที่ มีทั้งฉากที่ให้ความรู้สึกอึดอีด สิ้นหวัง และรวมไปถึง สวยงาม โดยเฉพาะใครที่ชมในระบบ Imax 3D น่าจะคุ้มกันทีเดียว แทงบอลออนไลน์  

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *