รีวิวหนัง Case of Hana And Alice – ฮานะ & อลิซ ปริศนาโรงเรียนหลอน

หนัง Case of Hana And Alice หรือชื่อไทยว่า ฮานะ & อลิซ ปริศนาโรงเรียนหลอน The Case of Hana & Alice is a Japanese anime youth drama film written and directed by Shunji Iwai. It is the prequel to Iwai’s 2004 live-action film, Hana and Alice.

รีวิวหนัง Case of Hana And Alice - ฮานะ & อลิซ ปริศนาโรงเรียนหลอน

ถ้าจะบอกว่า Shunji Iwai เป็นผู้กำกับหนังญี่ปุ่นขวัญใจเด็กโลกส่วนตัวสูงก็คงไม่ผิดนักนะ เพราะนอกจาก Love Letter (1995) อันโด่งดังแล้ว หนังสร้างชื่อของเขาอย่าง All about Lily Chou-Chou (2001) และ Hana & Alice (2004) ก็ล้วนแต่เล่าเรื่องราวของเด็กหนุ่มเด็กสาววัยมัธยมแสนเหงา ว้าเหว่ แปลกแยก และไร้ตัวตนได้อย่างนุ่มลึก สะกิดต่อมปมสังคมในมุมอับของช่วงชีวิตที่แอบซ่อนอยู่ในซอกหลืบของเด็กวัยทีนให้แผ่ซ่านกระจายความอึนในความซื่อใสทว่าเจือปนความมัวหม่นและร้ายกาจที่หลายครั้งอาจคาดไม่ถึง The Case of Hana and Alice (2015) ก็เช่นกัน

หลังจากที่ได้เขียนบทคลอดหนังขวัญใจวัยุร่นอย่าง Rainbow Song (2006) และ The Bandage Club (2007) และมีโอกาสโดดไปร่วมกำกับหนังฝั่งฮอลลีวูดหนึ่งในพาร์ตของหนัง New York, I Love You (2008) ที่มี Orlando Bloom และ Christina Ricci แสดงนำ รวมถึงงานกำกับและเขียนบทหนังบางเรื่องที่อาจจะไม่ได้ดีเด่นหรือโด่งดังมากนัก แต่หนังดีที่ยังตราตรึงใจคนดูจากเรื่องแรกๆ เก่าก่อนก็ยังทำให้คนดูโดยเฉพาะแฟนหนังวัยรุ่นเฝ้ารอการกลับมาของผู้กำกับคนนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และครั้งนี้เขาก็กลับมาพร้อมกับตัวละคร ฮานะ กับ อลิซ กับเรื่องราวก่อนหน้าที่จะมาเป็น Hana & Alice (2004) ในรูปแบบ Animation ที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนหนังการ์ตูนทั่วไป

ด้วยฉากหลังนิ่งๆ และตัวละครที่ไม่ได้อนิเมทให้เนียนเนี้ยบอาจทำให้ช่วงแรกที่ได้เห็นภาพบนจอมันเกิดความรู้สึกที่ไม่ไหลลื่นและตะกุกตะกักอยู่บ้าง แต่ถ้าหากใครได้ดูตัวอย่างหนังและรู้จักผู้กำกับสายแนวมาก่อนก็คงจะเตรียมรับมือมาให้พร้อมเสพความแปลกใหม่อย่างเต็มที่

แต่สำหรับใครที่ซื้อตั๋วมาดูด้วยการตัดสินใจจากโปสเตอร์หน้าโรง หรือใครที่เป็นแฟน Animation สายฮอลลีวูดอย่าง Waltz Disney หรือกระทั่งฝั่ง Ghibli เองก็อาจจะต้องปรับจูนระบบสัมผัสกันพอสมควร เพราะ The Case of Hana & Alice จะให้สัมผัสที่แตกต่าง การเคลื่อนไหวของตัวละครให้ความรู้สึกที่อยู่ตรงกลางระหว่างหนัง Animation ที่ไหลลื่น กับ Stop Motion

ที่ดุ๊กดิ๊กน่าเอ็นดู ภาพวาดสีน้ำนวลนิ่งเป็นฉากหลังคล้ายกับฉากละครเวทีที่มีตัวละครเวียนวนพ้นผ่านไปมาอย่างสวยงาม ส่วนตัวแล้วก็สนุกกับการสังเกตรายละเอียดภาพฉากหลังในแต่ละฉากมากๆ นะ ซึ่งพอรวมกับการเคลื่อนไหวของตัวละครที่เหมือนยังไม่เสร็จดีในขั้นก่อนไฟนอลเก็บรายละเอียดมันก็กลายเป็นเสน่ห์อีกอย่างที่แตกต่างไปจากหนัง Animation ทั่วๆ ไป (ซึ่งก็น่าจะเคยมีมาแล้ว

แต่ส่วนตัวนี่เป็นหนังยาวเรื่องแรกที่ได้ดู) มันให้ความรู้สึกเรียบง่ายไม่หวือหวา ผลักดันบรรยากกาศความเหงา ความหวัง ความใสซื่อได้โดยไม่ต้องพยายามให้สมบูรณ์แบบ พอนั่งดูและซึมซับไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกได้เลยว่าเครื่องมือการเล่าที่ไม่ได้เนียนเนี้ยบไม่ได้เป็นที่นิยมนั้นก็ไม่ได้ทำร้ายบทและการกำกับที่ดีได้เลยแม้แต่น้อย แถมยังให้ประสบการณ์ทางภาพยนตร์ที่แปลกตาและงดงาม

 

เรื่องราวการเปลี่ยนผ่านช่วงเวลาชีวิตของอลิซ เด็กสาวที่พ่อแม่แยกทางกันและต้องย้ายบ้านย้ายโรงเรียน ได้มาอยู่ในบ้านใหม่ โรงเรียนใหม่ เจอเพื่อนใหม่ ที่ถึงแม้หนังจะยังมีจุดเริ่มต้นเป็นอุปสรรคเดิมๆ อย่างการถูกเพื่อนนักเรียนกลั่นแกล้งที่มักจะเห็นในหนังหรือการ์ตูนญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคคลาสสิกมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งจะจัดว่าเป็นสถานการณ์ซ้ำซากก็ว่าได้

แต่การกำกับที่นอกจากจะเลือกเล่าด้วยภาพที่น่าสนใจอย่างที่บอกไว้แล้ว มันยังกรุ่นกลิ่นบรรยากาศหนังสืบสวนสอบสวนซึ่งขับเรื่องราวและลักษณะตัวละครได้อย่างน่าค้นหาให้อยากติดตาม จนกระทั่งหลงรักตั้งแต่ยังไม่ทันได้ทำความรู้จักกันดิบดี

ถ่ายทอดบทหนังที่บางเบาแต่ลึกลับได้เป็นธรรมชาติได้อย่างแยบยล การไม่ตรึงกางเขนยึดตัวละครนำอย่างอลิซให้ติดกับปมด้านลบของสถานการณ์ชีวิตทำให้เรื่องราวเป็นธรรมชาติชีวิตมากขึ้น อยากทำอะไรก็ทำ ชีวิตที่แวดล้อมด้วยมุมอับที่พร้อมจะฉุดตัวเองให้จมดิ่งได้ตลอดเวลาก็ยังมีมุมบวกดีๆ ให้พบเจอให้ลงมือทำ

จนนำพาให้เข้าไปปลดล็อกความรู้สึกเลวร้ายของฮานะที่ถูกความทรงจำในอดีตพันธนาการเอาไว้ให้อยู่แต่กับฝันร้ายภายในบ้านที่ภายนอกประดับประดาดอกไม้สวยงาม และได้ออกมามีความสุขกับสิ่งที่อยากทำอยากค้นหาอยากแก้ไขและพบความจริงในที่สุด การตระหนักที่ได้รู้ว่าคนที่เรารักซึ่งอาจจะตายไปแล้วด้วยเหตุเพราะเราเองยังมีชีวิตอยู่มันมีความสุขมากแค่ไหนถูกทิ้งท้ายได้อย่างทะนุถนอมและแม่นยำ

ความทรงจำอันเจ็บปวดเลวร้ายกลายเป็นความเจ็บปวดที่น่าจดจำ การเดินทางที่ทำให้ได้พบผู้คน เพื่อนโรงเรียนบัลเลต์ ที่เจอกับโดยบังเอิญ รวมถึงลุงคนขับแท็กซี่ และชายชราแปลกหน้า ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเพียงชั่วครู่ได้กลับกลายเป็นบุคคลในความทรงจำที่งดงาม

ความบังเอิญเป็นธรรมชาติของชีวิตอีกอย่างหนึ่งที่มีเสน่ห์ในความน่าตื่นเต้น น่าฉงน เป็นการผจญภัยเล็กๆ ที่กระตุ้นให้ชีวิตยังมีอยู่ได้ จะว่าไปแล้วก็รู้สึกอิจฉา ฮานะ กับ อลิซ ที่ได้เลือกทำในสิ่งที่อยากทำและสำเร็จในที่สุด เป็นความสุขเล็กๆ ของตัวละครที่มันแผ่ซ่านความรู้สึกมาถึงคนดูอย่างเราได้อิ่มเอมมากที่สุดครั้งหนึ่งในโรงภาพยนตร์

ที่มา 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *