รีวิวหนัง Beyond Skyline – อสูรท้านรก ความยิ่งใหญ่ของ การจู่โจมเหนือฟากฟ้า

หนัง Beyond Skyline หรือชื่อไทยว่า อสูรท้านรก ถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของ มาร์ค สายลับหนุ่มที่ต้องบุกรุกถึงรังของพวกมัน เพื่อไปช่วยลูกชายซึ่งถูกจับตัวไปขังไว้ในยาน เตรียมตื่นตะลึงไปกับคอนเซ็ปต์ความมันส์แบบไซไฟที่ไม่เหมือนใคร และภาพความยิ่งใหญ่ของการจู่โจมเหนือฟากฟ้า

รีวิวหนัง Beyond Skyline - อสูรท้านรก ความยิ่งใหญ่ของ การจู่โจมเหนือฟากฟ้า

กลับมาสานต่อ Skyline เมื่อปี 2010 โดยเนื้อเรื่องเป็น Timeline เดียวกับที่ฉายไปในภาคแรก แต่คนละสถานที่ คนละตัวละคร ถ้าถามว่าต้องดูภาคแรกมาก่อนมั้ย ก็ต้องบอกว่าไม่ต้อง เพราะในหนังมีการพูดถึงภาคแรกอยู่แค่ 10 วินาทีเท่านั้น (แทบไม่ได้เชื่อมอะไรเท่าไร แต่ถ้าใครดูภาคแรกมา ก็จะสนุกมากขึ้นนะ)

ความสำเร็จในภาคแรก ต้องบอกว่าเกิดคาด เพราะเป็นหนังต้นทุนต่ำ 10 ล้านเหรียญ คำวิจารณ์ก็ย่ำแย่ แต่กลับสร้างความยิ่งใหญ่ด้วยรายรับร้อยล้าน ทั่วโลก

ภาดสองนี้ก็เป็นหนังต้นทุนต่ำอีกเช่นเคย 20 ล้านเหรียญ เท่านั้น ภาคนี้ต้องบอกเลยว่า ขยายจักรวาลของหนังได้ยิ่งใหญ่มาก (คือคนกำกับคงคิดถ้าไปแล้วต้องไปให้สุดมั้ง) คือแบบว่ามันมากเกินไป มันขยายเกินไป ทำให้ความน่าเชื่อถือที่มีในภาคแรกมันหายไปหลายอย่าง

ภาคนี้จะพาไปสำรวจยาเอเลี่ยนแสงสีฟ้า จะได้เห็นเอเลี่ยนตัวเป็นๆ ในหนังมีเรื่องให้ตื่นตาตื่นในหลายอย่างนะ การลำดับหนังนี่เซอร์ไฟร์สมาก แบบว่าเข้าไปดูไม่คิดว่าจะลำดับเรื่องแบบนี้ (เป็นไงต้องไปดูเอง)

สำหรับการดำเนินเรื่อง ในช่วงแรกต้องบอกว่าสนุกมาก แบบว่าเฮ้ยนี่ก็โอเคนิ แต่พอผ่านสัก 40 นาทีไป ความเลวร้ายของหนังก็ปรากฏ มันเหมือนคนละคนกำกับเลย เนื้อเรื่องห่วยมาก ย้ำว่าห่วยมาก พอเนื้อเรื่องของหนังไปถึงประเทศลาว ช่วงนี้แทบถอนหายใจหลายรอบ แบบว่าโว๊ยยยย !!! มันอะไรเนี่ย

มันมีเหตุการณ์ไม่สมเหตุสมผลหลายอย่าง ถามว่ามองข้ามได้มั้ย มันก็ได้แหละ แต่มันก็ขัดใจจริงๆ (คนที่ไปดูหลายคนก็ให้ความเห็นตรงกัน ดูไปงงไปกับความงี่เง่าของตัวละคร)

แต่ตอนจบของหนังนี่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ แบบว่าเออออ ผู้กำกับคงคิดแบบนี้ว่า หนังต้นทุนต่ำหรอ คนดูคิดแบบนี้ใช่มั้ย งั้นจะไปให้สุด ซึ่งมันสุดจริงๆ จบแล้วร้องแม่เจ้าเลย เอาแบบนี้กันเลยหรอ (ต่างจากภาคแรกมากที่อยู่แต่ในตึก) ที่มา 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *