รีวิวภาพยนตร์แอคชั่น หนัง Anna – แอนนา สวยสะบัดสังหาร

รีวิวภาพยนตร์แอคชั่น หนัง Anna - แอนนา สวยสะบัดสังหาร

หนัง Anna หรือชื่อไทยว่า แอนนา สวยสะบัดสังหาร ผลงานชิ้นใหม่ของผู้กำกับหนังแอคชั่นตัวพ่อ ลุค เบสซง ที่ในเรื่องนี้เขาทั้งกำกับ เขียนบท และโปรดิวซ์ ANNA คือภาพยนตร์แอคชั่น-เขย่าขวัญ ที่มีฉากหลังเป็นวงการแฟชั่นไฮโซสุดตระการตา หลังจากถูกค้นพบโดยแมวมองนางแบบ แอนนา โปเลียโทว่า (ซาช่า ลุสส์) สาวสวยชาวรัสเซีย ก้าวขึ้นมาเป็นนางแบบแถวหน้าและเป็นแฟชั่นไอคอนระดับโลก แต่แอนนามีด้านที่ซ่อนไว้มากกว่าที่คนทั่วไปได้เห็น ภายใต้ความงามไร้ที่ติของเธอนั้นคือการใช้ชีวิตอยู่ในโลกสายลับสุดอันตรายที่ก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียวมันหมายถึงชีวิต ร่วมแสดงโดยทีมนักแสดงคุณภาพนำโดย เฮเลน เมียร์เรน คิลเลียน เมอร์ฟี และ ลุค อีแวนส์ ANNAคือส่วนผสมของพล็อตที่น่าติดตาม การหักมุมที่ทำให้อ้าปากค้าง และฉากแอคชั่นที่จะทำให้คุณลืมหายใจ

Luc Besson ถือเป็นผู้กำกับอีกคนที่มีสไตล์การทำหนังที่เฉพาะตัว เป็นของตัวเองมาก และมีผลงานหนังแอคชั่นสุดคลาสสิคมากมาย และหนึ่งในเรื่องที่ผมชอบมาตั้งแต่สมัยเด็ก คงหนีไม่พ้นเรื่อง The Fifth Element ภาพยนตร์แอคชั่น Si-Fi ที่เนื้อเรื่องในสมัยนั้นไม่ได้มีคนตอบรับดีๆ เท่าไหร่ แต่กลับกันมาในยุคปัจจุบัน ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกยกให้เป็นภาพยนตร์คลาสสิคของผู้กำกับคนนี้ไปแล้ว

สำหรับเรื่อง Anna นั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ อันนา เด็กสาวผู้ตกอับในชีวิต ถูกเลือกให้มาเป็นสายลับ KGB ให้กับทางรัสเซีย โดยภาระกิจล่าสุดที่เธอต้องแผงตัวไปทำนั้น หน้าฉากคือการเป็นซูเปอร์โมเดลในฝรั่งเศส และเมื่อเวลาผ่านไปเธออยากจะวางมือ เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ตัวเองได้เป็นอิสระจากงานสายลับนี้ให้ได้

โดยรวมแล้วนั้นการเล่าเรื่องถึงแม้ว่าจะไม่ได้หวือหวา หรือแปลกใหม่อะไร แต่ด้วยความที่เป็นหนังของ Luc Besson กำกับ สไตล์การเล่าเรื่องจะออกไปทางคล้ายๆ หนังสายลับเก่าๆ คลาสสสิคที่ผู้กำกับคนนี้เคยทำ รวมไปถึงลักษณะการเล่าที่เรียกได้ว่าแหวกแนวมาก ถ้าจะให้ยกตัวอย่างแบบไม่สปอยเนื้อเรื่องคงบอกได้เพียงว่า หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องแบบเดินหน้า 2 ก้าว ถอยหลัง 1 ก้าว ยาวๆ ไปตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องเลย

ถึงกระนั้นด้วยความที่มีการเล่าเรื่องแบบนี้ถ้าเป็นหนังยุคก่อนปี 1980-1990 คงจะตื่นตาตื่นใจไม่น้อย แต่โดยรวมแล้วพอมันกลายมาเป็นหนังยุคนี้มันเลยทำให้ดูล้าสมัย และด้วยความที่มีการย้อนการเล่าเรื่องบ่อยมาก แทนที่หลังๆ ตัวหนังจะดูเท่ห์และให้ฉากการเล่าเป็นไฮไลท์ในการเฉลยปม กลับกลายเป็นยิ่งมีการเล่าย้อนตัวหนังโดยรวมดูตลงขึ้นมาทันทีเลยทีเดียว

สรุปแล้วส่วนตัวผมเองนั้นค่อนข้างเฉยๆ กับหนังเรื่องนี้มาก อาจเป็นเพราะการเล่าเรื่องสไตล์นี้ ในยุคปัจจุบันนี้อาจจะไม่ทันสมัย และดูแปลกใหม่อะไร แต่ถ้ามองว่าเป็นหนังย้อนยุคเมื่อ10-20 ปีก่อนคงสนุกขึ้นได้ไม่มากก็น้อย และไม่แน่ในอีก 20-30 ปีข้างหน้า หนังเรื่องนี้อาจจะขึ้นหิ้งคลาสสิคอีกเรื่องก็เป็นได้ 7/10 อ่านต่อได้ที่

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *