รีวิวซีรีส์ Beyond Evil ตำรวจ ผู้คน ชุมชน กับคดีฆาตกรรม

รีวิวซีรีส์ Beyond Evil

นาทีนี้ถ้าให้พูดถึง ซีรีส์สายสืบสวนสอบสวน ปั่นประสาท แห่งปี 2021 ล่ะก็ คงต้องยกให้ ‘ Beyond Evil ’ ซีรีส์คุณภาพอัดแน่นจากช่อง JTBC ที่เรียกได้ว่ามาแรงแซงทางโค้งสุด ๆ เพราะเป็นซีรีส์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลถึง 7 สาขา จากเวทีการประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ของวงการบันเทิงเกาหลีอย่าง 57th Baeksang Arts Awards ไม่ว่าจะเป็น รางวัลซีรีส์ยอดเยี่ยม, รางวัลกำกับซีรีส์ยอดเยี่ยม, รางวัลบทละครยอดเยี่ยม, รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม,รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม, รางวัลนักแสดงหน้าใหม่หญิงยอดเยี่ยม และ รางวัลเทคนิคศิลป์ยอดเยี่ยม จนหลายคนอาจจะสงสัยว่าซีรีส์เรื่องนี้มีดีอย่างไร มันจะปังสักแค่ไหน ซึ่งเอาเป็นว่าสำหรับใครที่ยังสงสัยอยู่ล่ะก็ มาค้นหาคำตอบกันได้ที่บทความนี้เลย~

 

‘Beyond Evil’ เป็นซีรีส์แนวระทึกขวัญ-จิตวิทยา-สืบสวนสอบสวน ที่เล่าเรื่องราวซึ่งเกิดขึ้นใน ‘มันยาง’ เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ที่กำลังมีแผนจะพัฒนาและสร้างการจดจำครั้งใหม่ให้เป็นเมืองศิวิไลซ์ปลอดอาชญากรรม แต่ทว่าความฝันครั้งใหม่นี้ดันไม่ได้สำเร็จง่าย ๆ อย่างที่คิด เมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องอันน่าสะพรึงขึ้น หลังพบศพของหญิงสาวหลายคนถูกฆาตกรรมอย่างไร้ความปรานี ที่ดูท่าแล้วมีลักษณะคล้ายคลึงกับคดีคนหายคดีหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในเมืองแห่งนี้เมื่อ 20 ปีก่อน อันเป็นที่โจษจันไปทั่วประเทศ เพราะพี่ชายฝาแฝดของเหยื่อผู้หายสาบสูญ อย่าง อีดงชิก (รับบทโดย ชินฮาคยูน) นายตำรวจสุดบ้าบิ่นฝีมือดี กลับเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งเสียได้ งานนี้สารรวัตรหนุ่มไฟแรง ฮันจูวอน (รับบทโดย ยอจินกู) ที่เพิ่งย้ายมาประจำการในเมืองมันยาง จึงกลายเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะมาช่วยค้นหาปีศาจร้ายตัวจริงที่แฝงอยู่

สำหรับเนื้อหาของ Beyond Evil นั้น หลัก ๆ จะอยู่ที่การหาตัวอาชญากรใจเหี้ยม ผู้สร้างความหวาดหวั่นให้กับประชาชนชาวเกาหลีใต้ และแน่นอนว่าผู้ที่หวาดวิตกกว่าใคร ๆ คงหนีไม่พ้นผู้คนในเมืองมันยาง ซึ่งตัวคดีจะแบ่งออกเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในปัจจุบัน และคดีคนหายในอดีตที่เหยื่อคือ อียูยอน น้องสาวของ อีดงชิก ซึ่งรูปคดีโหดเหล่านี้ถูกก่อขึ้นอย่างแนบเนียน แทบจะไร้เบาะแสที่จะยึดโยงไปหาคนร้าย แม้แต่ร่างของเหยื่อยังหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงนิ้วสิบนิ้วที่ถูกตัดและจัดวางไว้อย่างน่าสะพรึงกลัว

แต่ไม่เพียงแต่เท่านั้น เพราะนอกจากการตามล่าหาตัวฆาตกร ที่พบเห็นได้ตามซีรีส์สืบสวนส่วนใหญ่แล้ว Beyond Evil ยังสะท้อนและวิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจในระบบราชการของตำรวจอย่างชัดเจน ทั้งการสืบสวนแบบจับผิดบ้างจับถูกบ้าง การรีบสรุปรูปคดี การล่อซื้อที่ทำให้เหยื่อถึงแก่ความตาย อีกทั้งตลอดทั้งเรื่องจะเห็นได้ว่าตัวละครที่เป็นตำรวจแทบจะทุกตัวในเรื่องนี้ต่างทำผิดกฎหมายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผ่านการใช้ช่องว่างของกฎและอำนาจที่มีอยู่ในมือเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ แถมในเรื่องยังชี้ว่าผู้ต้องสงสัยก็วนเวียนอยู่ในแวดวงตำรวจเสียเอง แล้วแบบนี้จะเป็นอย่างไรหากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ กลับไม่ได้พิทักษ์ความสันติอย่างที่ว่ากัน?

อีกทั้งตัวซีรีส์ยังสะท้อนถึงการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบของนักการเมืองท้องถิ่น และกลุ่มนายทุนผู้มีอำนาจ ที่น่าหวาดกลัวไม่ต่างจากคนร้าย ความน่าหวาดหวั่นชวนหดหู่จึงกลับไม่ได้ลอยฟุ้งอยู่เพียงเพราะศพที่หาย หรือนิ้วขาด ๆ ชวนสะอิดสะเอียน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ซีรีส์ก็ชวนให้เราเกิดการตั้งคำถามว่า แล้วใครกันแน่ที่เทำให้เมืองเตลิดไปด้วยความหดหู่?ใครกันแน่ที่เป็นปีศาจ?

 

ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้มีเสน่ห์อย่างมากคือลำดับการเล่าเรื่องที่วางได้อย่างน่าติดตาม และฉาก ending ที่ตราตรึงในทุกตอน โดยในช่วงองก์แรกของซีรีส์จะเน้นในเรื่องของการตามล่าหาคนร้ายในชุมชนชาวมันยาง ที่ทำเอาผู้ชมสับสน เปลี่ยนการคาดเดาผู้ต้องสงสัยกันแบบตอนต่อตอน พลิกแล้วพลิกอีก แม้แต่ตัวเอกก็ไว้ใจไม่ได้ และยิ่งถลำลึกยิ่งมีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์ที่ทำเอาดูจบต้องตบเข่าฉาดกับความคาดไม่ถึง

แต่ยิ่งไปเรื่อย ๆ ปมบางอย่างก็เริ่มคลี่คลาย แต่ไม่นาน ก็มีปมใหม่เข้ามาให้ได้ปวดหัวกัน ซึ่งความสนุกของเรื่องก็ไม่ได้น้อยลงเลย แม้ว่าจำนวนตอนจะมากขึ้น เพราะการร้อยเรียงและลำดับการตัดต่อที่มีลูกล่อลูกชนและทำได้อยู่มือ ช่วงองก์หลังของซีรีส์จึงถูกทำให้น่าติดตามด้วยการรชักชวนให้ผู้ชมเกิดความสนใจว่า ถ้าเป็นคนนี้แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต่อ? แล้วอีดงชิก ฮันจูวอนจะรับมืออย่างไร? พวกเขาจะทำอะไร? คดีและซีรีส์เรื่องนี้จะไปก้าวไปสู่จุดจบแบบใด?

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้ายนั้นมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันทั้งหมด ซึ่งซีรีส์จะค่อย ๆ เผยถึงที่มาที่ไปของข้อสงสัยที่ถูกหยิบยกมา แต่กว่าจะไปถึงจุดสิ้นสุดของสิ่งที่เกิดขึ้น เหล่าตัวละครต้องขับเคี่ยวกันด้วยการเล่นแง่แหย่เชิงกันอยู่ยกใหญ่ ชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใคร งัดกึ๋นมาโต้กันแบบเอาตาย บทสนทนาระหว่างตัวละครในเรื่องนี้จึงเต็มไปด้วยคารมและคมคาย เล่นกับจิตวิยาอารมณ์ความรู้สึก รวมถึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการดำเนินเรื่องที่ทำให้ต้องกลับมาคิดตีความต่อ

ที่ผู้เขียนชอบอีกอย่างสำหรับซีรีส์เรื่องนี้นั่นก็คือความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชนมันยาง ที่มีต่อกันหลากหลายรูปแบบ ซึ่งทำให้รู้สึกน่าอบอุ่นอยู่ในที และก็น่าขนลุกอยู่ในทีไปพร้อม ๆ กัน แถมแต่ละคนต่างก็มีบทบาทไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันมากนัก การกระทำของแต่ละตัวละครต่างยึดโยงและมีบทบาทต่อเรื่องที่จะสร้างจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ทั้งสิ้น ทำให้แต่ละตัวคนในเรื่องนี้นั้นน่าจดจำไม่ต่างกัน

ในส่วนของโปรดักชั่น อาร์ตไดเรกชั่นของ Beyond Evil ก็เรียกได้ว่าน้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการเมื่อเทียบกับซีรีส์ที่ฉายในล็อตเดียวกัน แต่ทำออกมาได้ดีใน genre ของตัวเอง ทั้งโทนสี โลเคชั่น มุมภาพที่ชวนสงสัย และสกอร์เสียงเพลงที่ผู้เขียนขอออกความเห็นตรงนี้ว่าซีรีส์เรื่องนี้ใช้สกอร์ เพลงประกอบในการเล่าเรื่อง บีบคั้นอารมณ์ได้ถูกจังหวะจะโคนดีมาก ๆ พูดได้คำเดียวว่า ‘ทำสกอร์ได้โคตรเท่’

 

บาคาร่า 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *