รีวิวซีรีส์เกาหลี Run On – วิ่งนำรัก เมื่อนักวิ่งคนดังเลือกเส้นทางเดินของตัวเอง

Run On

รีวิว Run On – วิ่งนำรัก ซีรีส์เกาหลี เมื่อนักวิ่งคนดังชีวิตหันเหออกนอกลู่ตัดสินใจใช้ชีวิตตามเส้นทางที่ตัวเองต้องการเป็นครั้งแรก หลังจากนักแปลสาวก้าวเข้ามาในชีวิต

เรื่องย่อ ความรักที่เกิดขึ้นระหว่าง “คีซอนกยอม” (แสดงโดย Im Si-Wan  พระเอกจาก Strangers From Hell ) หนุ่มนักวิ่งทีมชาติบ้านรวยที่ถูกขีดชีวิตจากพ่อที่เป็นนักการเมืองมาตลอด ต้องมาเจอกับ “โอมิจู” (แสดงโดย Shin Se-Kyung) นักแปลสาวสวยที่มาทำงานเป็นล่ามให้กับเขา แล้วก็ทำให้ชีวิตของคีซอนกยอมต้องเปลี่ยนไปจากชีวิตที่ถูกขีดไว้

หลังผลงาน Strangers from Hell ที่มีนักแสดงน้ำดีอย่างอิมชีวานร่วมด้วยนั้นจบลงเมื่อปลายปี เราก็ยังไม่ได้เห็นผลงานของเขาจนกระทั่งซีรีส์ใหม่แกะกล่องออกมา นั้นก็คือ….คือ…..คือ….Run On ซีรีส์โรแมนติกส่งท้ายปีที่มาเขย่าหัวใจให้เราใจสั่นกันอีกครั้ง

ประจวบเหมาะกับเป็นบทบาทที่นักแสดงหนุ่มคนนี้ต้องการเล่น เราจะได้เห็นเขาได้บทที่ไม่เคยเห็นมาก่อน น่าตื่นเต้นใช่ไหมละคะ ซีรีส์โรแมนติกกับบรรยากาศท้ายปีเป็นสิ่งที่เข้ากันมาก ๆ อากาศหนาวกับซีรีส์อบอุ่นหัวใจ บอกเลยว่าฟินมาก ๆ

เนื้อเรื่อง

โอมีจู รับบทโดย ชินเซคยอง มีเรื่องบังเอิญได้เจอกับ กีซอนคยอม รับบทโดย อิมชีวาน เขาได้ช่วยเหลือเธอให้พ้นจากสถานการณ์ที่คับขันจนมีเหตุให้ได้เจอกันอีกบ่อย ๆ มีจูเป็นนักแปลภาพยนตร์ต่างประเทศ ส่วนกีซอนคยอมเป็นกรีฑา

ด้วยความที่พระเอกเป็นที่มีนิสัยตรงไปตรงมา เวลาทั้งสองเจอกันก็จะมีเรื่องต่อปากต่อคำกันอยู่บ่อยครั้ง พระเอกมีข่าวเดทกับนักแสดงชื่อดังแต่นั่นไม่ใช่ความจริง เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้คบกับนักแสดงจริง ๆ

เขาจึงจูบกับนางเอกต่อหน้านักข่าวที่กำลังแอบถ่ายอยู่ เหตุการณ์หลังจากนี้จะวุ่นวายแค่ไหน หรือเรื่องราวระหว่างเขาและเธอจะดำเนินไปอย่างไร เส้นทางการเป็นนักกรีฑาของกีซอนคยอมจะเป็นเช่นไร จะมีอุปสรรคมาขัดขวางหรือไม่

การดำเนินเรื่อง

ชื่อเรื่องดูหนังออนไลน์ วิ่งนำรัก กับพล็อตแนวกีฬาชวนให้คิดว่าเรื่องนี้อาจจะได้เห็นความเข้มข้นของวงการกีฬาเกาหลี หรือการแข่งขันวิ่งอย่างดุเดือด หรือการวิ่งไล่ตามฝัน แต่กลายเป็นว่าตัวซีรีส์จริงๆ เต็มไปด้วยเรื่องรักมากมายกับฉากโรแมนติกเยอะมาก

จนแทบอยากจะเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น “รักนำวิ่ง” ซะมากกว่า ซึ่งผู้เขียนเองอาจจะมีเบื่อๆ แนวรักหวานๆ โรแมนติกอะไรแบบนี้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าแนวนี้ทำดีๆ จะไม่สนุก อย่างสตาร์ทอัพที่พึ่งผ่านมาแม้เรื่องรักจะนำธุรกิจเหมือนกัน

แต่ก็มีอะไรน่าลุ้นน่าติดตามอยู่ไม่น้อย หรือแม้แต่ซีรีส์ขวัญใจคนดูปีนี้อย่าง It’s Okay To Not Be Okay เรื่องรักในเรื่องก็โดดเด่นแบบแปลกตามีอะไรน่าค้นหามากมาย แต่กับเรื่องนี้ต้องบอกตรงๆ หลังจากดูมา 4 ตอนว่า แทบจะไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย

ทุกอย่างวางไว้เป็นสูตรสำเร็จแนวปิ๊งรักกันตั้งแต่แรก แล้วตัวเรื่องก็ตอกย้ำจุดนี้ให้ทั้งคู่มีฉากจูบกันตั้งแต่ตอนต้นๆ เรียกว่าตั้งใจขายความฟินของพระเอกนางเอกกันตั้งแต่แรกเลย ซึ่งถ้าคนชอบแบบนี้ก็คงสวีทดีล่ะครับ แต่พอมาแบบนี้มันเลยกลายเป็นซีรีส์ที่แทบไม่มีอะไรเหลือไว้ให้น่าค้นหาติดตามลุ้นกันเลย

ไม่ใช่แค่คู่พระเอกนางเอกเท่านั้น ตัวเรื่องยังล็อคคู่พระรองนางรองใส่ไว้ในเรื่องกันตั้งแต่แรกอีก ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเรื่องที่มีคู่หลักเป็นเนื้อเรื่องแนววิ่งแล้ว ทำไมต้องใส่เนื้อเรื่องบทพระรองเป็นศิลปินนักวาดมาเพิ่มอีก

โดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องเลยกับฝ่ายพระเอกนางเอก จึงทำให้เรื่องดูเหมือนแค่อยากยัดเนื้อเรื่องเสริมมาให้แน่นๆ ประคองเรื่องหลักที่ไม่ค่อยมีเนื้อหาแน่นๆ สักเท่าไหร่

ด้านเนื้อหา

ส่วนตัวเนื้อหาเรื่องวิ่งของพระเอก เอาจริงๆ ไม่ใช่เป็นแนวสู่ฝันหรือนักกีฬามุ่งมั่นอะไรแบบนั้น เพราะตัวเรื่องเปิดมาพระเอกคือดังแล้ว หล่อ เก่ง เท่ เป็นหน้าตาให้กับวงการกีฑา แล้วก็เป็นนายแบบทำเงินมหาศาลที่มีประธานสาว “ซอดันอา” คอยดูแลช่วยเหลือและให้การสนับสนุนอยู่

แต่เรื่องโฟกัสไปที่เรื่องฉาวของวงการกีฬาเกาหลีที่มีปัญหาเรื่องทำร้ายร่างกายข่มเหงรุ่นน้อง โดยอ้างว่าเพื่อฝึกวินัย ถ้าใครตามข่าวมาคงได้ยินกันมาบ้าง ตัวเรื่องให้พระเอกเป็นคนรักความยุติธรรมได้เข้าไปยื่นมือช่วยเหลือรุ่นน้อง

พร้อมทั้งท้าชนต่อสู้กับเรื่องนี้ให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องได้รับรู้ปัญหา แต่กลายเป็นว่าเขาต้องมาเจอกับการปกปิดด้วยอำนาจบารมีและเงินของพ่อที่เป็น สส. ใหญ่ที่เตรียมตัวลงชิงประธานาธิบดีในสมัยต่อหน้า

ซึ่งในส่วนนี้เองอาจจะดูเข้มข้นขึ้นมาบ้าง แต่เรื่องก็ไม่ได้มีทางแก้ปัญหาหรือะไรมากมาย เพราะกลายเป็นว่านี่แค่เป็นปมให้ตัวเอกจบปัญหากับพ่อ และเริ่มสู่เส้นทางใหม่ในชีวิตต่อไป

ส่วนนางเอกที่วางไว้เป็นนักแปลพ่วงล่าม โอเคบุคลิกนิสัยต่างๆ ดูเป็นนางเอกห้าวๆ ทันสมัยแต่น่ารักไปในตัว แต่เนื่องจากตัวเรื่องเน้นรักนำหน้า ก็เลยกลายเป็นว่าเธอปิ๊งพระเอกตั้งแต่แรกเห็น ทำให้แทบจบเลยว่าเรื่องจะเป็นยังไงต่อไป

เพราะนางเอกของเรื่องก็บอกเลยว่าชอบคนหล่อ ขอแค่หล่อก็กลายเป็นพหรมลิขิตกันได้ง่ายๆ อาจจะเพราะตัวเธอคือนักแปลหนัง ซึ่งมีความอินกับเรื่องราวจากหนังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

แต่บทในเว็บดูหนังเรื่องนี้ ก็ไม่ได้เอาเรื่องแปลหนังมาใช้อะไรมาก นอกจากแค่โยงไปว่าเธอสามารถมาเป็นล่ามเก่งๆ ได้ด้วย จนทำให้กลายมาเป็นความบังเอิญได้มารู้จักกับพระเอก แล้วก็ปิ๊งทันทีเลย

รีวิว Run Onรีวิว Run On
จุดเด่น

จุดเด่นของเรื่องจริงๆ ตอนแรกมองว่าพระเอกมีนิสัยประหลาดๆ การพูดจา ความนึกคิดเหมือนไม่ค่อยรู้เรื่องในสังคมมาก (ขนาดคำด่ายังไม่รู้จักต้องค้นในเน็ตดูตลอด) แถมยังพูดตรงๆ แบบไม่คิดอีก

ซึ่งหลายๆ อย่างชวนให้ดูเป็นหนุ่มสายติสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เรื่องดูน่ารักตลกๆ น่าติดตาม แต่พอเรื่องเดินไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าตัวละครในเรื่องหลักๆ กลายเป็นคาแรกเตอร์ติสๆ ไม่ต่างอะไรจากพระเอกเลย

ยิ่งบทประธานสาวของพระเอก กลายเป็นเหมือนคนประเภทเดียวกัน พูดอะไรประหลาดๆ ชวนให้งงตลอด จะมองว่าบทพูดในเรื่องนี้ถูกประดิษฐ์มาเพื่อให้ดูติสๆ เก๋ๆ ก็ได้ แต่ถ้าคนไม่อินนี่คือจะรำคาญกับบทพูดที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ แถมต้องแปลตีความให้เข้าใจอีกทีตลอด

แต่ที่ติมาทั้งหมดก็ไม่ได้ว่าเรื่องจะเลวร้ายหรือย่ำแย่จนดูไม่ได้ กลับกันถ้าคนดูสายเกาหลีฟินๆ นี่ก็เป็นซีรีส์แนวรักที่ตอบโจทย์กันตั้งแต่แรกเลย พระเอกหล่อเท่เป็นหนุ่มนักกีฬาชวนฝัน

แถมแสดงออกกันตรงๆ ตลอด ไม่มีมาลีลาอะไรทั้งสิ้น นางเอกก็น่ารักทันสมัย ปากคอร้ายทันคนตลอด ซึ่งคนดูเองก็ต้องชอบแน่นอน แต่ถ้าจะเป็นปัญหาก็คงตรงพล็อตเรื่องที่ยังธรรมดาติดสูตรเดิมๆ มากไปนี่แหละครับ

 

บาคาร่า 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *