การเลือก ฟิล์ม ต้องดูหน้าที่และ คุณสมบัติของ ฟิล์มกรองแสง ที่ดี

หน้าที่และคุณสมบัติ ของ ฟิล์มกรองแสง ที่ดี ลักษณะของฟิล์มกรองแสงที่ดีนั้น ต้องบางเรียบ ไร้รอยย่น สามารถแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกับกระจกรถยนต์ได้ ส่วนใหญ่จึงมักทำจากโพลีเอสเตอร์ที่มีความเหนียว และฟิล์มกรองแสงที่ดีจะต้องสามารถลดความร้อน และรังสีอุลตร้าไวโอเลตได้เป็นอย่างดี ประเภทของฟิล์มกรองแสง แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. ฟิล์มย้อมสี ประเภทนี้ลดแสงสว่างเท่านั้น ไม่ได้ช่วยป้องกันรังสีที่มากับแสงแดดเลย อีกทั้งไม่ได้ช่วยเรื่องลดความร้อนเลย ฟิล์มประเภทนี้ นอกจากไม่ค่อยเอื้อต่อแดดเมืองไทยแล้ว เมื่อใช้ๆ ไปนานเข้า จะมีการเปลี่ยนสีเป็นสีม่วงด้วย ซึ่งทำให้เห็นสีภายนอกผิดเพี้ยนจากความจริง ราคาที่ถูกประมาณ 800-1,500 บาท/คัน และการใช้งานประมาณ 3-5 ปี แต่เมื่อเทียบกับคุณสมบัติแล้ว ยังไงก็ไม่ค่อยคุ้มกับเงินที่เสียไป

2. ฟิล์มกรองแสงลดความร้อน หรือ ฟิล์มเคลือบโลหะ ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยลดความร้อนได้ดีกว่าแบบแรก และช่วยป้องกันรังสีจากแสงแดดได้ด้วย ทำให้เป็นที่ต้องการสำหรับเจ้าของรถมากกว่า ผู้ผลิตจึงได้ผลิตออกมาจำหน่ายอย่างหลายหลากเพื่อให้มีตัวเลือก เรามาลองดูกันว่า แบบไหนน่าจะดีกว่ากัน

2.1 ฟิล์มปรอท, ฟิล์มเคลือบโลหะ และฟิล์มลดความร้อน ฟิล์มประเภทนี้มีประสิทธิภาพในการลดความร้อนได้อยู่ในช่วง 35-90% เนื้อฟิล์มจะเป็นสีสะท้อนแสงคล้ายกระจกเงา จุดเด่นคือราคาถูกหน่อย คือ 2,000-5,000 บาท/คัน และใช้ได้นานถึง 3-7 ปี แต่ข้อเสียก็คือ ค่อนข้างอันตรายในการขับเพราะการมองผ่ากระจกหลังไม่ดี

2.2 ฟิล์มอินฟราเรด (Infrared Film) ประเภทนี้เป็นฟิล์มชนิดที่เคลือบสารพิเศษในการไปตัดรังสีอินฟราเรด ข้อดีคือ กันความร้อนได้ดี แต่ราคาก็สูงตามคุณภาพเหมือนกัน

2.3 ฟิล์มนิรภัย มีทั้งแบบลดความร้อน และไม่ลดความร้อน ฟิล์มประเภทนี้จะช่วยยึดเกาะแผ่นกระจกให้คงรูปเดิมมากที่สุด ซึ่งมีจุดเด่นคือ ถึงแม้กระจกจะถูกแรงกระแทก และแตกเป็นเม็ดละเอียด ก็ยังได้เนื้อฟิล์มช่วยซับแรง ฟิล์มประเภทนี้ เมื่อก่อนนิยมใช้ในงานอาคารสูง แต่ปัจจุบันนิยมนำมาใช้กับรถยนต์ เพราะปลอดภัยตอนกระจกแตกนั่นเอง

2.4 ฟิล์มใสประเภทนาโน ฟิล์มประเภทนี้ แสงส่องผ่านได้มากกว่า 60% และไม่มีเงา แต่มีจุดเด่นที่สามารถลดความร้อนได้สูง และแน่นอน ราคาสูง

ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *